แชร์

ไม่มีญาติเป็นมะเร็งเต้านม = ไม่เสี่ยง จริงหรือ? (สรุปจากหมอโภคิน)

อัพเดทล่าสุด: 5 ก.พ. 2026
62 ผู้เข้าชม
โรคมะเร็งเต้านมเป็นฝันร้ายของผู้หญิงทั่วโลก และหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ "ถ้าบรรพบุรุษหรือญาติพี่น้องไม่มีใครเป็นมะเร็งเต้านมเลย เราก็ไม่มีความเสี่ยง" ความเชื่อนี้ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากละเลยการตรวจแมมโมแกรมหรือการคลำเต้านมด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและอันตรายอย่างยิ่ง

ความจริงที่น่าตกใจ: มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ "ไม่ได้" มาจากกรรมพันธุ์

จากการศึกษาวิจัยและสถิติทางการแพทย์พบว่า มะเร็งเต้านมที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Hereditary Breast Cancer) หรือการมียีนผิดปกติที่ส่งต่อจากพ่อหรือแม่ เช่น ยีน BRCA1 หรือ BRCA2 นั้น มีสัดส่วนเพียงประมาณ 5% - 10% ของผู้ป่วยทั้งหมดเท่านั้น

นั่นหมายความว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอีกกว่า 90% คือกลุ่มที่เรียกว่า "Sporadic Cancer" หรือมะเร็งที่เกิดขึ้นเองภายหลัง ซึ่งมักเกิดจากการสะสมของความผิดปกติในระดับเซลล์ตลอดช่วงชีวิต โดยที่ไม่ได้มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งมาก่อนเลย

ถ้าไม่ใช่กรรมพันธุ์ แล้วความเสี่ยงมาจากไหน?

เมื่อพันธุกรรมไม่ใช่สาเหตุหลัก คำถามคืออะไรที่ทำให้เราเสี่ยง? ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านมนั้นมีความหลากหลายและซับซ้อน (Multifactorial) โดยสามารถแบ่งออกเป็นปัจจัยหลักๆ ได้ดังนี้:

  • อายุที่เพิ่มขึ้น: ยิ่งอายุมากขึ้น เซลล์ในร่างกายยิ่งมีโอกาสกลายพันธุ์ได้สูงขึ้น
  • ปัจจัยทางฮอร์โมน: การมีช่วงชีวิตที่สัมผัสกับฮอร์โมนเอสโตรเจนนานกว่าปกติ เช่น การเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี หรือเข้าสู่วัยทองหลังอายุ 55 ปี
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต:
  • ความอ้วน: โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากไขมันเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน
  • การดื่มแอลกอฮอล์: แม้เพียงปริมาณน้อยก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงได้
  • การขาดการออกกำลังกาย: การใช้ชีวิตแบบเนื่อยนิ่งส่งผลเสียต่อสมดุลฮอร์โมน
  • ประวัติสุขภาพส่วนตัว: เช่น เคยมีการตรวจชิ้นเนื้อแล้วพบเซลล์ผิดปกติประเภท Atypical Hyperplasia หรือมีเนื้อเยื่อเต้านมที่หนาแน่นมาก (Dense Breast)
  • เมื่อไหร่ที่คุณควรสงสัยเรื่อง "กรรมพันธุ์"?


แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่ แต่การรู้ว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงทางพันธุกรรมก็ช่วยให้วางแผนป้องกันได้แม่นยำขึ้น โดยสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจยีน ได้แก่:

  • มีญาติสายตรง (แม่ พี่สาว น้องสาว ลูกสาว) เป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปี
  • มีญาติเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งต่อมลูกหมากในครอบครัวเดียวกัน
  • มีผู้ชายในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
  • คนในครอบครัวคนเดียวเป็นมะเร็งเต้านมทั้งสองข้าง

สรุปจากหมอโภคิน

"มะเร็งเต้านมไม่ได้เลือกปฏิบัติว่าคุณจะมีญาติเป็นโรคนี้หรือไม่" การไม่มีประวัติครอบครัวเป็นเพียงสัญญาณว่าคุณอาจไม่มีความเสี่ยง 'ระดับสูงพิเศษ' จากยีนเด่น แต่ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงของคุณเป็น 'ศูนย์'

หัวใจสำคัญของการรับมือกับมะเร็งเต้านมในปัจจุบันคือ "การตรวจพบให้ไว" ไม่ว่าคุณจะมีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่ หมอแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เริ่มเข้ารับการตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) เป็นประจำทุกปี เพราะในระยะเริ่มต้นที่ยังคลำไม่พบก้อน มะเร็งเต้านมสามารถรักษาให้หายขาดได้และมีทางเลือกในการผ่าตัดรักษาที่รักษาภาพลักษณ์และความมั่นใจได้มากกว่าครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง
เจาะลึกผลเลือด CBC และ LFTs: ค่าตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรหมอมะเร็งได้บ้าง? โดยหมอโภคิน
หลายคนเข้าใจผิดว่าการตรวจเลือดทั่วไปนี้คือการ "หาเชื้อมะเร็ง" โดยตรง แต่ความจริงแล้วมันทำหน้าที่เหมือน "หน้าปัดบอกสถานะเครื่องยนต์" ครับ บทความนี้หมอจะมาไขรหัสว่า ค่าเลือดเหล่านี้บอกความพร้อมของร่างกายคุณ และส่งสัญญาณเตือนอะไรให้หมอบ้าง
15 ก.พ. 2026
ความอ้วนและน้ำหนักเกิน พุ่งเป้าเสี่ยงมะเร็งเต้านมจริงไหม? หมอสรุปให้ครับ
หลายคนอาจไม่รู้ว่า "น้ำหนักตัว" คือปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้ บทความนี้จะบอกว่าความอ้วนส่งผลต่อเต้านมอย่างไร
21 เม.ย. 2026
วิธีคลำเต้านมด้วยตัวเอง (BSE) อย่างถูกวิธี ทำบ่อยแค่ไหนถึงจะดี?
การตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเฝ้าระวังมะเร็งเต้านมที่ผู้หญิงทุกคนทำได้เองที่บ้านครับ
6 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy