แชร์

มะเร็งระยะศูนย์ (DCIS) คืออะไร? ยังไม่แพร่กระจายแต่ทำไมต้องรักษา

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2026
72 ผู้เข้าชม
สรุปคำตอบสั้นๆ (TL;DR): มะเร็งเต้านมระยะศูนย์ (DCIS) คือเซลล์มะเร็งที่ยังอยู่แค่ในท่อน้ำนม ไม่มีการลุกลาม หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น แต่หากปล่อยทิ้งไว้สามารถเจาะทะลุกลายเป็นมะเร็งระยะลุกลามได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับการฉายแสงหรือยาต้านฮอร์โมนครับ

มะเร็งระยะศูนย์ (DCIS) คืออะไร?

มะเร็งเต้านมระยะศูนย์ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า DCIS (Ductal Carcinoma In Situ) คือความผิดปกติของเซลล์เยื่อบุท่อน้ำนมที่เจริญเติบโตกลายเป็นเซลล์มะเร็ง แต่ความพิเศษคือเซลล์เหล่านี้ ยังไม่ทะลุผ่านเยื่อหุ้มฐาน (Basement membrane) ออกมาสู่เนื้อเยื่อเต้านมโดยรอบ จึงถูกจัดอยู่ในระยะ Tis (Stage 0) ซึ่งหมายความว่ามะเร็งยังไม่มีการลุกลามและไม่สามารถแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่นๆ ได้ครับ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุของการเกิด DCIS นั้นคล้ายคลึงกับมะเร็งเต้านมระยะลุกลามทั่วไป โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่:

ปัจจัยด้านพันธุกรรม: การมีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1/BRCA2 หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
ปัจจัยด้านฮอร์โมนและพฤติกรรม: ภาวะอ้วน ภาวะไม่มีบุตร หรือมีบุตรคนแรกเมื่ออายุมาก รวมถึงการมีความหนาแน่นของเนื้อเต้านมสูง (Increased breast density)
อาการและวิธีสังเกตความผิดปกติ

ในอดีตมักตรวจพบได้ยากเพราะมักไม่มีอาการ แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการคัดกรอง ทำให้เราพบผู้ป่วยกลุ่มนี้มากขึ้นถึง 20-25% ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ตรวจพบใหม่

คัดกรองพบจากการทำแมมโมแกรม (Mammogram): มากกว่า 90% ของผู้ป่วยมักไม่คลำพบก้อน และไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่แพทย์จะตรวจพบ หินปูนผิดปกติ (Microcalcifications) ที่มีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ เรียงตัวตามท่อน้ำนมในภาพเอกซเรย์
อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ (แต่น้อย): เช่น คลำพบก้อนที่เต้านม มีน้ำเลือดไหลจากหัวนม หรือมีผื่นแดงเรื้อรังบริเวณหัวนมที่เรียกว่า โรคพาเจ็ท (Paget's disease)
ทำไมยังไม่ลุกลามแต่ต้องรักษา? (การรักษาและการป้องกัน)

แม้ DCIS จะยังไม่ลุกลาม แต่ทางการแพทย์ถือว่าเป็น "รอยโรคก่อนเป็นมะเร็งลุกลาม" (Precursor of invasive carcinoma) หากปล่อยทิ้งไว้ เซลล์เหล่านี้มีโอกาสพัฒนาเจาะทะลุเยื่อหุ้มฐานกลายเป็นมะเร็งระยะลุกลามได้ในอนาคต ดังนั้นเป้าหมายของการรักษาคือการกำจัดรอยโรคเพื่อ "ป้องกัน" ไม่ให้กลายเป็นมะเร็งระยะลุกลามครับ แนวทางการรักษามีดังนี้:

การผ่าตัด (Surgery): เป็นการรักษาหลัก สามารถเลือกทำได้ทั้ง การผ่าตัดสงวนเต้านม (Breast-Conserving Surgery) โดยแนะนำให้ตัดออกจนได้ขอบเขตที่ปลอดมะเร็งอย่างน้อย 2 มิลลิเมตร หรือ การผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด (Mastectomy) ในกรณีที่รอยโรคมีขนาดใหญ่มาก กระจายหลายจุด หรือผู้ป่วยเลือกวิธีนี้
การฉายรังสี (Radiation Therapy): หากเลือกผ่าตัดแบบสงวนเต้านม มักจะต้องได้รับการฉายแสงร่วมด้วยเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำของโรคที่เต้านมเดิม
ยาต้านฮอร์โมน (Endocrine Therapy): ในกรณีที่ผลตรวจชิ้นเนื้อพบว่าเซลล์มะเร็งมีการตอบสนองต่อตัวรับฮอร์โมน (ER-positive) แพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านฮอร์โมน เช่น Tamoxifen หรือ Aromatase inhibitors เป็นเวลา 5 ปี เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งซ้ำทั้งในเต้านมข้างเดิมและข้างตรงข้ามครับ
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ

มะเร็งระยะศูนย์ (DCIS) คือเซลล์มะเร็งท่อน้ำนมที่ยังไม่ทะลุเยื่อหุ้มฐาน ไม่สามารถแพร่กระจายและไม่มีอันตรายถึงชีวิตในระยะนี้
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่ตรวจพบจากหินปูนผิดปกติในการทำแมมโมแกรมคัดกรองประจำปี
จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด (อาจร่วมกับการฉายแสงหรือยาต้านฮอร์โมน) เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์พัฒนากลายเป็นมะเร็งระยะลุกลาม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: เป็นมะเร็งระยะศูนย์ ต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ไหม? A: โดยทั่วไปหากผ่าตัดแบบสงวนเต้านม ไม่จำเป็นต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองครับ เพราะเซลล์มะเร็งระยะนี้ยังไม่มีการแพร่กระจาย แต่หากเลือกผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด แพทย์อาจพิจารณาตรวจ ต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล (Sentinel Lymph Node Biopsy - SLNB) ร่วมด้วย เผื่อในกรณีที่ผลชิ้นเนื้อก้อนใหญ่พบการลุกลามซ่อนอยู่ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถกลับมาตรวจต่อมน้ำเหลืองได้ในภายหลังครับ

Q: ถ้าเป็น DCIS มีโอกาสหายขาดไหม? A: โอกาสหายขาดสูงมากครับ อัตราการรอดชีวิตที่ 10 ปีสูงถึง 98% หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมครับ

Q: ผ่าตัดสงวนเต้านมแล้วไม่ฉายแสงได้ไหม? A: สำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ การฉายแสงหลังผ่าตัดสงวนเต้านมช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมากครับ แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีความเสี่ยงต่ำมาก (Low-risk DCIS) เช่น ก้อนเล็ก เกรดเซลล์ต่ำ ตรวจพบจากแมมโมแกรม และขอบเขตการตัดกว้างพอ แพทย์อาจพิจารณาให้ทานยาต้านฮอร์โมนเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องฉายแสงได้ครับ

ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)

บทความที่เกี่ยวข้อง
การวัดขนาดก้อนมะเร็งเต้านม (T Stage) คืออะไร? ขนาดก้อนมีผลต่อระยะโรคอย่างไร
กังวลเรื่องขนาดก้อนมะเร็งเต้านม? บทความนี้จะไขข้อข้องใจเรื่องการวัดขนาดก้อน (T Stage) และผลต่อระยะของโรคครับ
24 ก.พ. 2026
มะเร็งเต้านมถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้กี่เปอร์เซ็นต์? เช็กความเสี่ยงจากครอบครัว
คนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม เราจะเสี่ยงแค่ไหน? มะเร็งเต้านมถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้กี่เปอร์เซ็นต์ บทความนี้มีคำตอบและวิธีเช็กความเสี่ยงครับ
26 ก.พ. 2026
มะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive Breast Cancer) คืออะไร? อาการและวิธีรักษา
คลำเจอก้อน กังวลว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive) ใช่ไหม? บทความนี้มีคำตอบและวิธีรักษาที่ถูกต้องครับ
24 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy