ใครบ้างที่ควรตรวจยีนมะเร็งเต้านม?
อัพเดทล่าสุด: 11 มี.ค. 2026
55 ผู้เข้าชม

สรุปคำตอบสั้นๆ (TL;DR): ผู้ที่ควรตรวจยีนมะเร็งเต้านมตามมาตรฐาน NCCN คือ ผู้ที่ตรวจพบมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปี, ผู้ที่เป็นมะเร็งชนิด Triple-Negative, มะเร็งเต้านมในผู้ชาย หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมลูกหมาก เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาและการป้องกันได้อย่างถูกต้อง
การตรวจยีนมะเร็งเต้านม (เช่น ยีน BRCA1, BRCA2, PALB2, และอื่นๆ) มีบทบาทสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ช่วยประเมินความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งของคนในครอบครัว แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการเลือกแผนการรักษาสำหรับผู้ป่วย เช่น การพิจารณาผ่าตัดเต้านมออกเพื่อป้องกัน หรือการพิจารณาใช้ ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ในกลุ่ม PARP inhibitors ตามแนวทางของเครือข่ายมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCCN Guidelines) ได้ระบุเกณฑ์ผู้ที่ "ควร" ได้รับการตรวจยีนไว้ดังนี้ครับ
เกณฑ์การตรวจยีนสำหรับ "ผู้ป่วย" มะเร็งเต้านม
หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม แพทย์จะพิจารณาส่งตรวจยีนเมื่อเข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
ตรวจพบเมื่ออายุน้อย: ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมเมื่ออายุไม่เกิน 50 ปี
ชนิดของมะเร็ง: เป็นมะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative (TNBC) โดยไม่จำกัดอายุที่ตรวจพบ
ลักษณะการเกิดโรค: พบมะเร็งเต้านมหลายตำแหน่ง (Multiple primary breast cancers) ทั้งแบบเกิดพร้อมกัน หรือเกิดต่างเวลากัน
มะเร็งเต้านมในผู้ชาย: ผู้ชายทุกคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม
มะเร็งชนิดพิเศษ: เป็นมะเร็งเต้านมชนิด Lobular ร่วมกับมีประวัติส่วนตัวหรือครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารชนิด Diffuse gastric cancer
การพิจารณายา: ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาพุ่งเป้ากลุ่ม PARP inhibitors (เช่น Olaparib หรือ Talazoparib)
เชื้อชาติ: มีเชื้อสายยิว (Ashkenazi Jewish) ซึ่งมีความเสี่ยงของยีนกลายพันธุ์สูง
เกณฑ์การตรวจยีนจาก "ประวัติครอบครัว"
แม้ว่าคุณอาจจะยังไม่เคยเป็นมะเร็งเต้านม หรือเป็นมะเร็งเต้านมแต่ไม่เข้าเกณฑ์ด้านบน ประวัติความเจ็บป่วยของคนในครอบครัวถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาตรวจยีน:
มีคนในครอบครัวสายตรง (เลือดชิด) ตรวจพบยีนก่อมะเร็งกลายพันธุ์
มีญาติสายตรง 1 คนขึ้นไปที่เป็นโรคต่อไปนี้: มะเร็งเต้านมที่อายุไม่เกิน 50 ปี, มะเร็งเต้านมในผู้ชาย, มะเร็งรังไข่, มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลาม/ความเสี่ยงสูง
มีญาติในสายครอบครัวเดียวกันอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป เป็นมะเร็งเต้านม และ/หรือ มะเร็งต่อมลูกหมาก
แนวทางการรักษาและการป้องกันเมื่อพบยีนผิดปกติ
หากผลการตรวจพบว่ามียีนกลายพันธุ์ จะมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการดูแลดังนี้:
สำหรับผู้ที่ยังไม่เป็นมะเร็ง: แพทย์จะนัดตรวจคัดกรองอย่างใกล้ชิด เช่น การใช้ MRI เต้านม (Breast MRI) ร่วมกับแมมโมแกรมเป็นประจำทุกปี หรืออาจปรึกษาเพื่อทำการผ่าตัดเต้านมและรังไข่เพื่อลดความเสี่ยง
สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง: ข้อมูลยีนจะช่วยให้แพทย์พิจารณาเลือกยา หรือยาพุ่งเป้า ที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อเซลล์มะเร็งที่มีความบกพร่องในการซ่อมแซม DNA ซึ่งจะให้ผลการรักษาที่ดีกว่า
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
การเป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปี, มะเร็งชนิด Triple Negative หรือมะเร็งในผู้ชาย เป็นข้อบ่งชี้สำคัญที่ควรตรวจยีน
ประวัติครอบครัวที่เป็นมะเร็งเต้านม รังไข่ ตับอ่อน หรือต่อมลูกหมาก สามารถใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาส่งตรวจยีนได้
การทราบผลยีนกลายพันธุ์แต่เนิ่นๆ ช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาด้วยยาพุ่งเป้า และวางแผนป้องกันมะเร็งในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คนที่ไม่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเลย และอายุมากกว่า 65 ปี จำเป็นต้องตรวจยีนหรือไม่? A: โดยทั่วไป หากไม่มีประวัติครอบครัวเลย และเป็นมะเร็งเต้านมเมื่ออายุมากกว่า 65 ปี โอกาสที่จะพบยีนกลายพันธุ์ชนิดรุนแรงจะต่ำมาก (น้อยกว่า 2.5%) ในกรณีนี้แพทย์อาจไม่ได้แนะนำให้ตรวจยีนเป็นอันดับแรก เว้นแต่จะมีข้อบ่งชี้อื่นๆ ร่วมด้วย
Q: การตรวจยีนมีขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือเจ็บตัวหรือไม่? A: ไม่ยุ่งยากและไม่เจ็บตัวครับ การตรวจยีนทำได้โดยการเจาะเลือดหรือการเก็บตัวอย่างน้ำลาย/กระพุ้งแก้ม เพื่อนำไปสกัด DNA ในห้องปฏิบัติการ
Q: ถ้าตรวจพบยีนกลายพันธุ์ ต้องตัดเต้านมทิ้งทุกคนหรือไม่? A: ไม่จำเป็นต้องตัดทุกคนครับ การผ่าตัดเต้านมเพื่อลดความเสี่ยง (Risk-reducing mastectomy) เป็นเพียงหนึ่งในทางเลือก ผู้ป่วยสามารถเลือกวิธีเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด (Intensive surveillance) ด้วยการตรวจ MRI ร่วมกับแมมโมแกรมเป็นประจำทุกปีแทนได้ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้หลังได้รับคำปรึกษาครับ
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากมีประวัติครอบครัวหรือมีความกังวลเรื่องความเสี่ยง ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียดครับ
การตรวจยีนมะเร็งเต้านม (เช่น ยีน BRCA1, BRCA2, PALB2, และอื่นๆ) มีบทบาทสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ช่วยประเมินความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งของคนในครอบครัว แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการเลือกแผนการรักษาสำหรับผู้ป่วย เช่น การพิจารณาผ่าตัดเต้านมออกเพื่อป้องกัน หรือการพิจารณาใช้ ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ในกลุ่ม PARP inhibitors ตามแนวทางของเครือข่ายมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCCN Guidelines) ได้ระบุเกณฑ์ผู้ที่ "ควร" ได้รับการตรวจยีนไว้ดังนี้ครับ
เกณฑ์การตรวจยีนสำหรับ "ผู้ป่วย" มะเร็งเต้านม
หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม แพทย์จะพิจารณาส่งตรวจยีนเมื่อเข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
ตรวจพบเมื่ออายุน้อย: ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมเมื่ออายุไม่เกิน 50 ปี
ชนิดของมะเร็ง: เป็นมะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative (TNBC) โดยไม่จำกัดอายุที่ตรวจพบ
ลักษณะการเกิดโรค: พบมะเร็งเต้านมหลายตำแหน่ง (Multiple primary breast cancers) ทั้งแบบเกิดพร้อมกัน หรือเกิดต่างเวลากัน
มะเร็งเต้านมในผู้ชาย: ผู้ชายทุกคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม
มะเร็งชนิดพิเศษ: เป็นมะเร็งเต้านมชนิด Lobular ร่วมกับมีประวัติส่วนตัวหรือครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารชนิด Diffuse gastric cancer
การพิจารณายา: ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาพุ่งเป้ากลุ่ม PARP inhibitors (เช่น Olaparib หรือ Talazoparib)
เชื้อชาติ: มีเชื้อสายยิว (Ashkenazi Jewish) ซึ่งมีความเสี่ยงของยีนกลายพันธุ์สูง
เกณฑ์การตรวจยีนจาก "ประวัติครอบครัว"
แม้ว่าคุณอาจจะยังไม่เคยเป็นมะเร็งเต้านม หรือเป็นมะเร็งเต้านมแต่ไม่เข้าเกณฑ์ด้านบน ประวัติความเจ็บป่วยของคนในครอบครัวถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาตรวจยีน:
มีคนในครอบครัวสายตรง (เลือดชิด) ตรวจพบยีนก่อมะเร็งกลายพันธุ์
มีญาติสายตรง 1 คนขึ้นไปที่เป็นโรคต่อไปนี้: มะเร็งเต้านมที่อายุไม่เกิน 50 ปี, มะเร็งเต้านมในผู้ชาย, มะเร็งรังไข่, มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลาม/ความเสี่ยงสูง
มีญาติในสายครอบครัวเดียวกันอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป เป็นมะเร็งเต้านม และ/หรือ มะเร็งต่อมลูกหมาก
แนวทางการรักษาและการป้องกันเมื่อพบยีนผิดปกติ
หากผลการตรวจพบว่ามียีนกลายพันธุ์ จะมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการดูแลดังนี้:
สำหรับผู้ที่ยังไม่เป็นมะเร็ง: แพทย์จะนัดตรวจคัดกรองอย่างใกล้ชิด เช่น การใช้ MRI เต้านม (Breast MRI) ร่วมกับแมมโมแกรมเป็นประจำทุกปี หรืออาจปรึกษาเพื่อทำการผ่าตัดเต้านมและรังไข่เพื่อลดความเสี่ยง
สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง: ข้อมูลยีนจะช่วยให้แพทย์พิจารณาเลือกยา หรือยาพุ่งเป้า ที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อเซลล์มะเร็งที่มีความบกพร่องในการซ่อมแซม DNA ซึ่งจะให้ผลการรักษาที่ดีกว่า
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
การเป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปี, มะเร็งชนิด Triple Negative หรือมะเร็งในผู้ชาย เป็นข้อบ่งชี้สำคัญที่ควรตรวจยีน
ประวัติครอบครัวที่เป็นมะเร็งเต้านม รังไข่ ตับอ่อน หรือต่อมลูกหมาก สามารถใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาส่งตรวจยีนได้
การทราบผลยีนกลายพันธุ์แต่เนิ่นๆ ช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาด้วยยาพุ่งเป้า และวางแผนป้องกันมะเร็งในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คนที่ไม่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเลย และอายุมากกว่า 65 ปี จำเป็นต้องตรวจยีนหรือไม่? A: โดยทั่วไป หากไม่มีประวัติครอบครัวเลย และเป็นมะเร็งเต้านมเมื่ออายุมากกว่า 65 ปี โอกาสที่จะพบยีนกลายพันธุ์ชนิดรุนแรงจะต่ำมาก (น้อยกว่า 2.5%) ในกรณีนี้แพทย์อาจไม่ได้แนะนำให้ตรวจยีนเป็นอันดับแรก เว้นแต่จะมีข้อบ่งชี้อื่นๆ ร่วมด้วย
Q: การตรวจยีนมีขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือเจ็บตัวหรือไม่? A: ไม่ยุ่งยากและไม่เจ็บตัวครับ การตรวจยีนทำได้โดยการเจาะเลือดหรือการเก็บตัวอย่างน้ำลาย/กระพุ้งแก้ม เพื่อนำไปสกัด DNA ในห้องปฏิบัติการ
Q: ถ้าตรวจพบยีนกลายพันธุ์ ต้องตัดเต้านมทิ้งทุกคนหรือไม่? A: ไม่จำเป็นต้องตัดทุกคนครับ การผ่าตัดเต้านมเพื่อลดความเสี่ยง (Risk-reducing mastectomy) เป็นเพียงหนึ่งในทางเลือก ผู้ป่วยสามารถเลือกวิธีเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด (Intensive surveillance) ด้วยการตรวจ MRI ร่วมกับแมมโมแกรมเป็นประจำทุกปีแทนได้ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้หลังได้รับคำปรึกษาครับ
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากมีประวัติครอบครัวหรือมีความกังวลเรื่องความเสี่ยง ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียดครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
รวมความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมที่ผู้หญิงมักเชื่อผิด ๆ พร้อมแนวทางตรวจและดูแลที่ถูกต้อง
29 ต.ค. 2025
เข้าใจความแตกต่างระหว่างเซลล์เต้านมปกติและเซลล์มะเร็ง พร้อมแนวทางตรวจคัดกรองอัปเดตจาก NCCN 2025 เพื่อการป้องกันและรักษาอย่างมั่นใจ
19 ต.ค. 2025
คนไข้ที่เสริมหน้าอกหลายคนกังวลว่าซิลิโคนจะขัดขวางการตรวจมะเร็ง บทความนี้จะช่วยคลายทุกข้อสงสัยครับ
10 เม.ย. 2026


