EP004 ทำไมมะเร็งเต้านมถึงพบบ่อยในผู้หญิงไทย
อัพเดทล่าสุด: 29 ต.ค. 2025
117 ผู้เข้าชม

ทำไมมะเร็งเต้านมถึงพบบ่อยในผู้หญิงไทย
มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2023 พบว่าผู้หญิงไทยมีอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมเฉลี่ย ประมาณ 45 คนต่อประชากรหญิง 100,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น ผู้ป่วยรายใหม่กว่า 18,000 คนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 35% ทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 40-60 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ฮอร์โมนในร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง
สาเหตุหลักที่ทำให้มะเร็งเต้านมพบบ่อยในผู้หญิงไทยมาจากทั้ง ปัจจัยทางชีวภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ปัจจัยทางชีวภาพคือฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะ เอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์เต้านมแบ่งตัวมากขึ้น หากร่างกายได้รับฮอร์โมนนี้เป็นเวลานาน เช่น มีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย หมดประจำเดือนช้า หรือไม่มีบุตรเลยในชีวิต จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ ประวัติครอบครัวที่มีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมหรือยีน BRCA1/2 กลายพันธุ์ ยังเพิ่มโอกาสเกิดโรคได้ถึง 510 เท่า
ส่วนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ก็มีผลสำคัญเช่นกัน การรับประทานอาหารไขมันสูง ขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะในวัยหมดประจำเดือนที่ไขมันในร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นเอสโตรเจนได้ ทำให้ระดับฮอร์โมนในเลือดสูงขึ้นและกระตุ้นให้เซลล์เต้านมเติบโตผิดปกติ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมในระยะยาว
แนวทางล่าสุดจาก NCCN Breast Cancer 2025 แนะนำว่า ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปควรตรวจ แมมโมแกรม (mammogram) ร่วมกับ อัลตราซาวนด์ (ultrasound) ปีละหนึ่งครั้ง และผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งควรเริ่มตรวจเร็วกว่านั้นประมาณ 10 ปีก่อนอายุของญาติที่ตรวจพบโรค เพื่อให้สามารถวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเพิ่มอัตราการรอดชีวิตเกิน 90%
มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2023 พบว่าผู้หญิงไทยมีอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมเฉลี่ย ประมาณ 45 คนต่อประชากรหญิง 100,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น ผู้ป่วยรายใหม่กว่า 18,000 คนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 35% ทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 40-60 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ฮอร์โมนในร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง
สาเหตุหลักที่ทำให้มะเร็งเต้านมพบบ่อยในผู้หญิงไทยมาจากทั้ง ปัจจัยทางชีวภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ปัจจัยทางชีวภาพคือฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะ เอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์เต้านมแบ่งตัวมากขึ้น หากร่างกายได้รับฮอร์โมนนี้เป็นเวลานาน เช่น มีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย หมดประจำเดือนช้า หรือไม่มีบุตรเลยในชีวิต จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ ประวัติครอบครัวที่มีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมหรือยีน BRCA1/2 กลายพันธุ์ ยังเพิ่มโอกาสเกิดโรคได้ถึง 510 เท่า
ส่วนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ก็มีผลสำคัญเช่นกัน การรับประทานอาหารไขมันสูง ขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะในวัยหมดประจำเดือนที่ไขมันในร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นเอสโตรเจนได้ ทำให้ระดับฮอร์โมนในเลือดสูงขึ้นและกระตุ้นให้เซลล์เต้านมเติบโตผิดปกติ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมในระยะยาว
แนวทางล่าสุดจาก NCCN Breast Cancer 2025 แนะนำว่า ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปควรตรวจ แมมโมแกรม (mammogram) ร่วมกับ อัลตราซาวนด์ (ultrasound) ปีละหนึ่งครั้ง และผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งควรเริ่มตรวจเร็วกว่านั้นประมาณ 10 ปีก่อนอายุของญาติที่ตรวจพบโรค เพื่อให้สามารถวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเพิ่มอัตราการรอดชีวิตเกิน 90%
บทความที่เกี่ยวข้อง
คนไข้ที่เสริมหน้าอกหลายคนกังวลว่าซิลิโคนจะขัดขวางการตรวจมะเร็ง บทความนี้จะช่วยคลายทุกข้อสงสัยครับ
10 เม.ย. 2026
"ก้อนที่น้องคลำเจอ... อาจไม่ใช่เนื้อร้ายเสมอไปนะครับ หมอเข้าใจว่าความกังวลมักจะมาก่อนเสมอเมื่อเจอสิ่งผิดปกติที่หน้าอก แต่หมออยากให้เราตั้งสติแล้วเริ่มเดินตาม 'แผนที่การตรวจ' 3 ขั้นตอนที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล NCCN 2025 เพื่อความแม่นยำและสบายใจที่สุด มาดูกันครับว่าต้องทำอย่างไรบ้าง"
8 ม.ค. 2026
ผู้หญิงทำงานหนัก พักผ่อนน้อย
เสี่ยงมะเร็งเต้านมจริงไหม
5 ม.ค. 2026


