แชร์

รหัสลับ HER2: ไขปริศนา "ตัวร้าย" ที่กลายเป็นเป้าหมายสำคัญในการรักษามะเร็งเต้านม

อัพเดทล่าสุด: 15 ก.พ. 2026
155 ผู้เข้าชม
สรุปคำตอบสั้นๆ (TL;DR): HER2 คือโปรตีนตัวเร่งการเจริญเติบโตบนผิวเซลล์ หากมีมากเกินไป (HER2 Positive) จะทำให้มะเร็งแบ่งตัวไวและดุร้าย แต่ข่าวดีคือเรามี "ยาพุ่งเป้า" (เช่น Trastuzumab) ที่สามารถบล็อกโปรตีนตัวนี้ได้โดยตรง ทำให้ปัจจุบันมะเร็งชนิดนี้มีโอกาสหายขาดสูงมากหากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและครบถ้วน

[เว้นบรรทัด]

HER2 คืออะไร? ทำไมต้องตรวจ?

HER2 (Human Epidermal Growth Factor Receptor 2) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่บนผิวเซลล์เต้านมปกติ ทำหน้าที่รับคำสั่งให้เซลล์แบ่งตัวและเจริญเติบโต แต่ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมประมาณ 15-20% จะเกิดความผิดปกติของยีน ทำให้มีการสร้างโปรตีน HER2 ออกมามากเกินความจำเป็น (Overexpression)

เปรียบเทียบง่ายๆ คือ เซลล์มะเร็งปกติอาจมีคันเร่งรถยนต์แค่ 1-2 อัน แต่เซลล์มะเร็งชนิด HER2 บวก จะมีคันเร่งเป็นหมื่นเป็นแสนอัน ทำให้รถ (ก้อนมะเร็ง) วิ่งเร็วผิดปกติและเบรกแตกได้ง่าย นี่คือสาเหตุที่ทำให้มะเร็งชนิดนี้โตเร็วและชอบลามไปอวัยวะอื่น

วิธีอ่านผลตรวจ HER2 ให้ชัวร์

แพทย์จะตรวจหาค่า HER2 จากชิ้นเนื้อด้วยวิธี IHC (Immunohistochemistry) โดยผลจะออกมาเป็นคะแนน 0 ถึง 3+ ดังนี้:

0 หรือ 1+ (Negative): ผลลบ แปลว่ามะเร็งไม่ได้ถูกกระตุ้นด้วย HER2 (แต่อาจเข้าเกณฑ์ HER2-Low ซึ่งมีการรักษาใหม่ๆ รองรับในระยะแพร่กระจาย)
2+ (Equivocal): ก้ำกึ่ง แพทย์จะต้องส่งตรวจยืนยันระดับยีนด้วยเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า ISH (In Situ Hybridization) เพิ่มเติม ว่ามีการเพิ่มจำนวนของยีนจริงหรือไม่
3+ (Positive): ผลบวกชัดเจน แปลว่ามะเร็งชนิดนี้พึ่งพา HER2 ในการโต และคุณ "จำเป็น" ต้องได้รับยาพุ่งเป้าต้าน HER2 ในการรักษา
การรักษา: เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสด้วย "ยาพุ่งเป้า"

หัวใจสำคัญของการรักษามะเร็งเต้านมชนิด HER2 Positive คือการใช้ยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งโปรตีนตัวนี้โดยเฉพาะ ร่วมกับยาเคมีบำบัด โดยยาหลักๆ ได้แก่:

1. Trastuzumab (ทราสทูซูแมบ)

ยานี้เป็นยามาตรฐานขนานเอก (ชื่อการค้าเดิมคือ Herceptin) เป็นแอนติบอดีที่เข้าไปจับกับโปรตีน HER2 บนผิวเซลล์มะเร็ง ขัดขวางไม่ให้รับสัญญาณเติบโต และยังทำหน้าที่ "ปักธง" ให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมาทำลายเซลล์มะเร็งด้วย

ระยะเวลาการให้ยา: โดยมาตรฐานจะให้ต่อเนื่องนาน 1 ปี (ทุก 3 สัปดาห์) ควบคู่หรือตามหลังยาเคมีบำบัด
2. Pertuzumab (เพอร์ทูซูแมบ)

เป็นยาพุ่งเป้าอีกตัวที่มักใช้คู่กับ Trastuzumab (เรียกว่า Dual Blockade) เพื่อบล็อกการจับคู่ของโปรตีน HER2 ทำให้การยับยั้งมะเร็งสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มักใช้ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง หรือใช้ในระยะก่อนผ่าตัด (Neoadjuvant) เพื่อยุบก้อน

3. ยาในกลุ่มใหม่ๆ (ADCs และ TKIs)

ปัจจุบันมียาที่เปรียบเสมือน "ระเบิดนำวิถี" เช่น T-DM1 หรือ T-DXd (Trastuzumab deruxtecan) ซึ่งเป็นการเอายาพุ่งเป้ามาติดกับยาเคมีบำบัด เพื่อให้นำยาเคมีไปปล่อยระเบิดใส่เซลล์มะเร็งโดยตรง ลดผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติ และใช้ได้ผลดีแม้ในโรคที่ดื้อยาเดิม

ข้อควรระวังเรื่องหัวใจ

ยาต้าน HER2 มีผลข้างเคียงที่ต้องระวังคืออาจทำให้การบีบตัวของหัวใจลดลงชั่วคราว ดังนั้นแพทย์จะมีการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (ECHO) ก่อนเริ่มยาและตรวจติดตามเป็นระยะๆ ระหว่างการรักษา

สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ

HER2+ ไม่ใช่คำตัดสินประหาร: แม้โรคจะดูดุ แต่ยาแก้ทาง (ยาพุ่งเป้า) นั้นเก่งมาก ทำให้ผลการรักษาดีเทียบเท่าหรือดีกว่าชนิดอื่นๆ
ต้องให้ยาครบ 1 ปี: เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ การได้รับยา Trastuzumab ให้ครบกำหนดตามมาตรฐานสำคัญที่สุด
ยาเคมีบำบัดยังจำเป็น: ยาพุ่งเป้าจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัด การใช้ยาพุ่งเป้าเดี่ยวๆ ในระยะเริ่มต้นมักไม่เพียงพอ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: มะเร็งเต้านม HER2 Positive ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไม่? A: โดยส่วนใหญ่ ไม่ถ่ายทอด ครับ ความผิดปกติของยีน HER2 มักเกิดขึ้นเองเฉพาะที่เซลล์มะเร็ง (Somatic mutation) ไม่เหมือนกับยีน BRCA ที่ถ่ายทอดได้ทางสายเลือด

Q: ถ้าก้อนเล็กมาก ยังต้องให้ยาพุ่งเป้าไหม? A: ข้อมูลปัจจุบันพบว่า แม้ก้อนมะเร็ง HER2+ จะมีขนาดเล็ก (เช่น 0.6 - 1 ซม.) ก็ยังมีความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำสูงกว่าชนิดอื่น แพทย์มักแนะนำให้รับยาพุ่งเป้าร่วมกับยาเคมีบำบัด (อาจเป็นสูตรเบาลง) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ

Q: ระหว่างให้ยาพุ่งเป้า ผมจะร่วงไหม? A: ตัวยาพุ่งเป้าเอง (Trastuzumab/Pertuzumab) ไม่ทำให้ผมร่วง ครับ แต่เนื่องจากมักต้องให้คู่กับยาเคมีบำบัดในช่วงแรก ผมจึงร่วงจากฤทธิ์ของยาเคมีบำบัด แต่เมื่อจบคอร์สเคมีบำบัดแล้วเหลือแต่ยาพุ่งเป้า ผมก็จะเริ่มขึ้นใหม่ได้ตามปกติครับ

ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)

บทความที่เกี่ยวข้อง
คลำเจอก้อนที่เต้านม อย่าเพิ่งตกใจ! เปิดขั้นตอนแรกที่ควรทำตามแนวทางมาตรฐาน (ฉบับเข้าใจง่าย)
การคลำเจอก้อนที่เต้านมเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงทุกคน แต่ความจริงแล้ว "ก้อนส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้อร้าย" บทความนี้จะพาคุณไปดูขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องทางการแพทย์ เพื่อให้คุณจัดการกับความกังวลได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัยครับ
13 ก.พ. 2026
มะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive Breast Cancer) คืออะไร? อาการและวิธีรักษา
คลำเจอก้อน กังวลว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive) ใช่ไหม? บทความนี้มีคำตอบและวิธีรักษาที่ถูกต้องครับ
24 ก.พ. 2026
มะเร็งเต้านมชนิดลุกลามเร็ว (IBC) คืออะไร? สังเกตอาการผิวเปลือกส้ม
เต้านมบวมแดง ผิวขรุขระคล้ายผิวส้ม อาจเป็นมะเร็งเต้านมชนิดลุกลามเร็ว (IBC) บทความนี้มีวิธีสังเกตครับ
24 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy