มะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive Breast Cancer) คืออะไร? อาการและวิธีรักษา
อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2026
49 ผู้เข้าชม

สรุปคำตอบสั้นๆ (TL;DR): มะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive Breast Cancer) คือเซลล์มะเร็งที่ทะลุเยื่อหุ้มท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนมเข้าสู่เนื้อเยื่อเต้านมโดยรอบ ซึ่งมีโอกาสแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะอื่นๆ ได้ จำเป็นต้องรีบรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับการใช้ยาหรือฉายรังสีครับ
เมื่อคนไข้ได้รับผลตรวจชิ้นเนื้อเต้านม คำหนึ่งที่ทำให้หลายคนตกใจคือคำว่า "Invasive" หรือระยะรุกราน ในทางการแพทย์ คำนี้มีความหมายอย่างไร รุนแรงแค่ไหน และเราจะรับมือกับมันได้อย่างไร วันนี้หมอจะมาอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดครับ
มะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive) คืออะไร?
มะเร็งเต้านมระยะรุกราน หรือ Invasive Breast Cancer หมายถึง เซลล์มะเร็งที่ได้เจริญเติบโตเจาะทะลุผ่านเยื่อหุ้มฐาน (Basement membrane) ของท่อน้ำนมหรือต่อมสร้างน้ำนม ออกมายังเนื้อเยื่อเต้านมปกติที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งต่างจากมะเร็งระยะศูนย์ (DCIS) ที่เซลล์มะเร็งยังอยู่แค่ในท่อ การที่เซลล์มะเร็งทะลุออกมาได้ ทำให้มันมีโอกาสลุกลามเข้าสู่หลอดเลือดและท่อน้ำเหลือง และสามารถแพร่กระจาย (Metastasis) ไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้ครับ โดยชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่:
Invasive Ductal Carcinoma (IDC): มะเร็งท่อน้ำนมระยะรุกราน เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดถึง 80% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด
Invasive Lobular Carcinoma (ILC): มะเร็งต่อมสร้างน้ำนมระยะรุกราน พบได้ประมาณ 5-15% มักมีลักษณะการโตแบบแทรกซึมไปตามเนื้อเยื่อ ทำให้คลำเป็นก้อนได้ยากกว่าชนิดท่อน้ำนม
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุของการเกิดมะเร็งระยะรุกรานมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่:
ปัจจัยด้านพันธุกรรม: การมียีนกลายพันธุ์ เช่น BRCA1 หรือ BRCA2 จะเพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก
ฮอร์โมนเอสโตรเจน: การมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย หมดประจำเดือนช้า หรือการได้รับยาฮอร์โมนทดแทนหลังหมดประจำเดือนเป็นเวลานาน
พฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิต: ภาวะอ้วนหลังหมดประจำเดือน การดื่มแอลกอฮอล์ และการไม่เคยมีบุตร ล้วนส่งผลต่อความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
อาการและวิธีสังเกตความผิดปกติ
คนไข้ที่มีมะเร็งเต้านมระยะรุกรานมักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการดังต่อไปนี้ครับ:
คลำพบก้อนแข็งที่เต้านม มักเป็นก้อนที่ไม่เจ็บ ขอบเขตไม่ชัดเจน
มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังเต้านม เช่น ผิวหนังบุ๋มลงไป ผิวหนังหนาขึ้นและมีรูขุมขนกว้างคล้ายเปลือกส้ม (Peau d'orange)
หัวนมบุ๋มรั้งเข้าไปด้านใน (Nipple retraction) หรือมีน้ำเลือด/น้ำเหลืองไหลออกจากหัวนม
คลำพบก้อนที่รักแร้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการกระจายไปที่ ต่อมน้ำเหลือง (Lymph node)
การรักษาและแนวทางการป้องกัน
การรักษามะเร็งระยะรุกรานต้องใช้การรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary approach) โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัดก้อนมะเร็งที่เต้านม และทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจหลุดรอดไปในกระแสเลือดครับ:
การผ่าตัด (Surgery): มีทั้ง การผ่าตัดสงวนเต้านม (Breast-Conserving Surgery) ซึ่งตัดเฉพาะก้อนมะเร็งออกพร้อมขอบเขตที่ปลอดภัย และ การผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด (Mastectomy) ทั้งนี้ต้องทำร่วมกับการตรวจหรือเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้เสมอ
การฉายรังสี (Radiation Therapy): จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ผ่าตัดแบบสงวนเต้านม เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำเฉพาะที่
ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy): เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจกระจายไปตามกระแสเลือด
ยาต้านฮอร์โมน (Endocrine Therapy): ใช้ในกรณีที่เซลล์มะเร็งมี ตัวรับฮอร์โมนเป็นบวก (ER/PR positive) เช่น ยา Tamoxifen หรือ Aromatase inhibitors
ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy): ใช้สำหรับเซลล์มะเร็งที่มีการแสดงออกของโปรตีน HER2 สูง (HER2-positive) เช่นยา Trastuzumab
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
มะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive) คือมะเร็งที่ทะลุออกจากท่อน้ำนมเข้าสู่เนื้อเยื่อเต้านม มีโอกาสแพร่กระจายได้
ชนิดที่พบมากที่สุดคือ IDC (จากท่อน้ำนม) และ ILC (จากต่อมน้ำนม)
การรักษาต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ทั้งผ่าตัด ฉายแสง และยา เพื่อควบคุมโรคทั้งที่เต้านมและทั่วร่างกาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: มะเร็งระยะรุกราน สามารถผ่าตัดแบบสงวนเต้านมได้หรือไม่? A: ทำได้ครับ หากก้อนมะเร็งมีขนาดไม่ใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับขนาดเต้านม และสามารถตัดออกให้ได้ขอบเขตที่ปลอดมะเร็ง (Negative margin) โดยหลังผ่าตัดจำเป็นต้องได้รับการฉายแสงร่วมด้วยครับ
Q: ถ้าก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มาก ทำอย่างไรดี? A: แพทย์อาจพิจารณาให้ ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด (Neoadjuvant Chemotherapy) เพื่อให้ก้อนมะเร็งยุบตัวลง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการผ่าตัดแบบสงวนเต้านมได้ครับ
Q: จำเป็นต้องให้เคมีบำบัดทุกคนหรือไม่? A: ไม่ทุกคนครับ การตัดสินใจให้ยาเคมีบำบัดจะพิจารณาจาก ขนาดก้อน การกระจายไปต่อมน้ำเหลือง ชนิดของตัวรับฮอร์โมน (ER/PR) และผลตรวจ HER2 รวมถึงในปัจจุบันมีการใช้การตรวจยีน (เช่น Oncotype DX) เพื่อช่วยประเมินความจำเป็นในการให้เคมีบำบัดด้วยครับ
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)
เมื่อคนไข้ได้รับผลตรวจชิ้นเนื้อเต้านม คำหนึ่งที่ทำให้หลายคนตกใจคือคำว่า "Invasive" หรือระยะรุกราน ในทางการแพทย์ คำนี้มีความหมายอย่างไร รุนแรงแค่ไหน และเราจะรับมือกับมันได้อย่างไร วันนี้หมอจะมาอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดครับ
มะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive) คืออะไร?
มะเร็งเต้านมระยะรุกราน หรือ Invasive Breast Cancer หมายถึง เซลล์มะเร็งที่ได้เจริญเติบโตเจาะทะลุผ่านเยื่อหุ้มฐาน (Basement membrane) ของท่อน้ำนมหรือต่อมสร้างน้ำนม ออกมายังเนื้อเยื่อเต้านมปกติที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งต่างจากมะเร็งระยะศูนย์ (DCIS) ที่เซลล์มะเร็งยังอยู่แค่ในท่อ การที่เซลล์มะเร็งทะลุออกมาได้ ทำให้มันมีโอกาสลุกลามเข้าสู่หลอดเลือดและท่อน้ำเหลือง และสามารถแพร่กระจาย (Metastasis) ไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้ครับ โดยชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่:
Invasive Ductal Carcinoma (IDC): มะเร็งท่อน้ำนมระยะรุกราน เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดถึง 80% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด
Invasive Lobular Carcinoma (ILC): มะเร็งต่อมสร้างน้ำนมระยะรุกราน พบได้ประมาณ 5-15% มักมีลักษณะการโตแบบแทรกซึมไปตามเนื้อเยื่อ ทำให้คลำเป็นก้อนได้ยากกว่าชนิดท่อน้ำนม
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุของการเกิดมะเร็งระยะรุกรานมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่:
ปัจจัยด้านพันธุกรรม: การมียีนกลายพันธุ์ เช่น BRCA1 หรือ BRCA2 จะเพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก
ฮอร์โมนเอสโตรเจน: การมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย หมดประจำเดือนช้า หรือการได้รับยาฮอร์โมนทดแทนหลังหมดประจำเดือนเป็นเวลานาน
พฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิต: ภาวะอ้วนหลังหมดประจำเดือน การดื่มแอลกอฮอล์ และการไม่เคยมีบุตร ล้วนส่งผลต่อความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
อาการและวิธีสังเกตความผิดปกติ
คนไข้ที่มีมะเร็งเต้านมระยะรุกรานมักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการดังต่อไปนี้ครับ:
คลำพบก้อนแข็งที่เต้านม มักเป็นก้อนที่ไม่เจ็บ ขอบเขตไม่ชัดเจน
มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังเต้านม เช่น ผิวหนังบุ๋มลงไป ผิวหนังหนาขึ้นและมีรูขุมขนกว้างคล้ายเปลือกส้ม (Peau d'orange)
หัวนมบุ๋มรั้งเข้าไปด้านใน (Nipple retraction) หรือมีน้ำเลือด/น้ำเหลืองไหลออกจากหัวนม
คลำพบก้อนที่รักแร้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการกระจายไปที่ ต่อมน้ำเหลือง (Lymph node)
การรักษาและแนวทางการป้องกัน
การรักษามะเร็งระยะรุกรานต้องใช้การรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary approach) โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัดก้อนมะเร็งที่เต้านม และทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจหลุดรอดไปในกระแสเลือดครับ:
การผ่าตัด (Surgery): มีทั้ง การผ่าตัดสงวนเต้านม (Breast-Conserving Surgery) ซึ่งตัดเฉพาะก้อนมะเร็งออกพร้อมขอบเขตที่ปลอดภัย และ การผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด (Mastectomy) ทั้งนี้ต้องทำร่วมกับการตรวจหรือเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้เสมอ
การฉายรังสี (Radiation Therapy): จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ผ่าตัดแบบสงวนเต้านม เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำเฉพาะที่
ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy): เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจกระจายไปตามกระแสเลือด
ยาต้านฮอร์โมน (Endocrine Therapy): ใช้ในกรณีที่เซลล์มะเร็งมี ตัวรับฮอร์โมนเป็นบวก (ER/PR positive) เช่น ยา Tamoxifen หรือ Aromatase inhibitors
ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy): ใช้สำหรับเซลล์มะเร็งที่มีการแสดงออกของโปรตีน HER2 สูง (HER2-positive) เช่นยา Trastuzumab
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
มะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive) คือมะเร็งที่ทะลุออกจากท่อน้ำนมเข้าสู่เนื้อเยื่อเต้านม มีโอกาสแพร่กระจายได้
ชนิดที่พบมากที่สุดคือ IDC (จากท่อน้ำนม) และ ILC (จากต่อมน้ำนม)
การรักษาต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ทั้งผ่าตัด ฉายแสง และยา เพื่อควบคุมโรคทั้งที่เต้านมและทั่วร่างกาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: มะเร็งระยะรุกราน สามารถผ่าตัดแบบสงวนเต้านมได้หรือไม่? A: ทำได้ครับ หากก้อนมะเร็งมีขนาดไม่ใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับขนาดเต้านม และสามารถตัดออกให้ได้ขอบเขตที่ปลอดมะเร็ง (Negative margin) โดยหลังผ่าตัดจำเป็นต้องได้รับการฉายแสงร่วมด้วยครับ
Q: ถ้าก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มาก ทำอย่างไรดี? A: แพทย์อาจพิจารณาให้ ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด (Neoadjuvant Chemotherapy) เพื่อให้ก้อนมะเร็งยุบตัวลง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการผ่าตัดแบบสงวนเต้านมได้ครับ
Q: จำเป็นต้องให้เคมีบำบัดทุกคนหรือไม่? A: ไม่ทุกคนครับ การตัดสินใจให้ยาเคมีบำบัดจะพิจารณาจาก ขนาดก้อน การกระจายไปต่อมน้ำเหลือง ชนิดของตัวรับฮอร์โมน (ER/PR) และผลตรวจ HER2 รวมถึงในปัจจุบันมีการใช้การตรวจยีน (เช่น Oncotype DX) เพื่อช่วยประเมินความจำเป็นในการให้เคมีบำบัดด้วยครับ
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)
บทความที่เกี่ยวข้อง
ผลชิ้นเนื้อระบุเป็นมะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative (TNBC) กังวลใจใช่ไหมครับ? บทความนี้หมอมีแนวทางรับมือและเทคนิคการรักษามะเร็งชนิดนี้มาฝากครับ
24 ก.พ. 2026
1. หลายคนสงสัยว่าทำไมเวลาไปตรวจมะเร็งเต้านม แพทย์ถึงมักสั่งให้ทำทั้ง แมมโมแกรม (Mammogram) และ อัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ควบคู่กันไป ทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้หรือ? บทความนี้มีคำตอบว่าทำไม "การตรวจแพ็คคู่" ถึงช่วยชีวิตคุณได้ดีกว่า
13 ก.พ. 2026
เมื่อคลำเจอก้อนที่เต้านมข้างหนึ่ง คนไข้หลายท่านมักสงสัยว่า "ทำไมคุณหมอต้องตรวจอีกข้างที่ปกติดีด้วย?" คำตอบไม่ได้มีแค่การค้นหาโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ แต่ยังรวมถึงแผนการผ่าตัดเพื่อความสวยงามที่สมบูรณ์แบบในอนาคต
13 ก.พ. 2026


