การวัดขนาดก้อนมะเร็งเต้านม (T Stage) คืออะไร? ขนาดก้อนมีผลต่อระยะโรคอย่างไร
อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2026
66 ผู้เข้าชม

สรุปคำตอบสั้นๆ (TL;DR): การวัดขนาดก้อนมะเร็ง (T) คือตัวชี้วัดหลักในการประเมินระยะโรค โดยแบ่งเป็น T1 (ก้อนเล็กสุด) ถึง T4 (ลุกลามผิวหนังหรือผนังหน้าอก) ยิ่งก้อนใหญ่ยิ่งมีโอกาสกระจายไปต่อมน้ำเหลืองสูง แต่ปัจจุบันขนาดก้อนไม่ใช่ตัวตัดสินความรุนแรงเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาร่วมกับชนิดของเซลล์มะเร็งด้วยครับ,
T Stage หรือการวัดขนาดก้อนมะเร็งคืออะไร?
ในการจัดระยะมะเร็งเต้านมตามมาตรฐานสากล (AJCC Staging) แพทย์จะใช้ระบบ TNM ซึ่งตัว T (Tumor) หมายถึงขนาดของก้อนมะเร็งหลักที่เต้านม โดยจะวัดเฉพาะ "ส่วนที่เป็น มะเร็งระยะลุกลาม (Invasive carcinoma) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด", การประเมินขนาดนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ด่านแรกจากการคลำตรวจเต้านม การทำอัลตราซาวด์ แมมโมแกรม (Clinical T) ไปจนถึงการวัดขนาดชิ้นเนื้ออย่างแม่นยำโดยพยาธิแพทย์หลังจากการผ่าตัด (Pathological T),
ขนาดก้อนมะเร็งถูกแบ่งเป็นกี่ระดับ?
ตามเกณฑ์มาตรฐาน ก้อนมะเร็งเต้านมจะถูกแบ่งระดับความรุนแรงออกเป็น 4 ระดับหลัก ดังนี้ครับ:
T1: ก้อนมะเร็งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2 เซนติเมตร (หรือ 20 มิลลิเมตร)
T2: ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 2 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 5 เซนติเมตร
T3: ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตรขึ้นไป
T4: ก้อนมะเร็งไม่จำกัดขนาด แต่มีการเจาะทะลุออกนอกเต้านมไปยัง ผิวหนังเต้านม (ทำให้เกิดแผล หรือผิวหนังบวมหนาคล้ายเปลือกส้ม) หรือลุกลามไปยึดติดกับ ผนังทรวงอก (Chest wall)
นอกจากนี้ ในกรณีที่เซลล์มะเร็งยังอยู่แค่ในท่อน้ำนม ไม่มีการลุกลามออกมาที่เนื้อเยื่อเต้านม (เช่น โรค DCIS หรือ Paget disease) จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Tis (Stage 0) หรือมะเร็งระยะศูนย์ครับ,
ขนาดก้อน (T) มีผลต่อระยะโรคและแนวทางการรักษาอย่างไร?
ขนาดก้อนมะเร็งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่บ่งบอกว่าเราตรวจพบโรคได้เร็วแค่ไหน ในทางการแพทย์พบว่ายิ่งก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ (T3 หรือ T4) โอกาสที่เซลล์มะเร็งจะหลุดรอดแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง (N) หรืออวัยวะอื่นๆ (M) ก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น, ทำให้ระยะโดยรวมของโรค (Stage) สูงขึ้นและอาจต้องใช้การรักษาที่ซับซ้อนขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการจัดระยะโรคไม่ได้ดูแค่ "ขนาด" เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้วครับ ตามมาตรฐาน AJCC ฉบับล่าสุด การประเมินความรุนแรงของโรคจะต้องพิจารณาตัวแปรทางชีววิทยาของมะเร็งร่วมด้วย ได้แก่ ตัวรับฮอร์โมน (ER, PR), โปรตีน HER2, และความดุร้ายของการแบ่งตัวเซลล์ (Tumor Grade), ตัวอย่างเช่น ก้อนมะเร็งขนาดใหญ่อาจจัดอยู่ในระยะพยากรณ์โรคที่ดีได้ หากเซลล์มะเร็งไม่ดุร้ายและตอบสนองต่อยาต้านฮอร์โมนได้ดี เป็นต้น,
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
T Stage ประเมินจากความกว้างที่สุดของก้อนมะเร็งส่วนที่ลุกลาม โดยแบ่งเป็น T1 ถึง T4 ตามขนาดและการลุกลามสู่ผิวหนัง/ผนังทรวงอก,
ยิ่งก้อนมะเร็งเล็ก โอกาสการกระจายไปต่อมน้ำเหลืองยิ่งน้อย และโอกาสรักษาหายขาดยิ่งสูง,
ขนาดก้อน (T) เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ปัจจุบันแพทย์ต้องนำไปประเมินร่วมกับผลชิ้นเนื้อเรื่องชนิดตัวรับฮอร์โมนและ HER2 เสมอ เพื่อการวางแผนรักษาที่ถูกต้องที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คลำเจอก้อนใหญ่มาก แปลว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย (ระยะที่ 4) เสมอไปใช่ไหม? A: ไม่จำเป็นครับ แม้ก้อนจะใหญ่ระดับ T3 หรือ T4 แต่หากมะเร็งยังไม่แพร่กระจายไปอวัยวะอื่น (M0) โรคก็อาจเป็นเพียงระยะที่ 2 หรือ 3 ซึ่งยังมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ครับ,
Q: ถ้าเป็นมะเร็งก้อนเล็กระดับ T1 จำเป็นต้องให้เคมีบำบัดไหม? A: ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งครับ หากก้อนเล็กแต่เป็นชนิดดุร้าย เช่น HER2-positive หรือ Triple-Negative แพทย์มักแนะนำให้เคมีบำบัดและยาพุ่งเป้าร่วมด้วย แต่หากเป็นชนิดฮอร์โมนบวกที่เซลล์ไม่ดุร้าย อาจใช้เพียงยาต้านฮอร์โมนอย่างเดียวได้ครับ,,
Q: ขนาดก้อนที่วัดได้จากอัลตราซาวด์กับชิ้นเนื้อหลังผ่าตัด จะเท่ากันเป๊ะเลยไหม? A: อาจมีความคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อยครับ ภาพจากอัลตราซาวด์อาจประเมินขอบเขตของมะเร็งบางชนิดได้ไม่ชัดเจนเท่ากับการที่พยาธิแพทย์วัดขนาดจากชิ้นเนื้อจริงผ่านการส่องกล้องจุลทรรศน์ครับ,
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)
T Stage หรือการวัดขนาดก้อนมะเร็งคืออะไร?
ในการจัดระยะมะเร็งเต้านมตามมาตรฐานสากล (AJCC Staging) แพทย์จะใช้ระบบ TNM ซึ่งตัว T (Tumor) หมายถึงขนาดของก้อนมะเร็งหลักที่เต้านม โดยจะวัดเฉพาะ "ส่วนที่เป็น มะเร็งระยะลุกลาม (Invasive carcinoma) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด", การประเมินขนาดนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ด่านแรกจากการคลำตรวจเต้านม การทำอัลตราซาวด์ แมมโมแกรม (Clinical T) ไปจนถึงการวัดขนาดชิ้นเนื้ออย่างแม่นยำโดยพยาธิแพทย์หลังจากการผ่าตัด (Pathological T),
ขนาดก้อนมะเร็งถูกแบ่งเป็นกี่ระดับ?
ตามเกณฑ์มาตรฐาน ก้อนมะเร็งเต้านมจะถูกแบ่งระดับความรุนแรงออกเป็น 4 ระดับหลัก ดังนี้ครับ:
T1: ก้อนมะเร็งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2 เซนติเมตร (หรือ 20 มิลลิเมตร)
T2: ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 2 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 5 เซนติเมตร
T3: ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตรขึ้นไป
T4: ก้อนมะเร็งไม่จำกัดขนาด แต่มีการเจาะทะลุออกนอกเต้านมไปยัง ผิวหนังเต้านม (ทำให้เกิดแผล หรือผิวหนังบวมหนาคล้ายเปลือกส้ม) หรือลุกลามไปยึดติดกับ ผนังทรวงอก (Chest wall)
นอกจากนี้ ในกรณีที่เซลล์มะเร็งยังอยู่แค่ในท่อน้ำนม ไม่มีการลุกลามออกมาที่เนื้อเยื่อเต้านม (เช่น โรค DCIS หรือ Paget disease) จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Tis (Stage 0) หรือมะเร็งระยะศูนย์ครับ,
ขนาดก้อน (T) มีผลต่อระยะโรคและแนวทางการรักษาอย่างไร?
ขนาดก้อนมะเร็งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่บ่งบอกว่าเราตรวจพบโรคได้เร็วแค่ไหน ในทางการแพทย์พบว่ายิ่งก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ (T3 หรือ T4) โอกาสที่เซลล์มะเร็งจะหลุดรอดแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง (N) หรืออวัยวะอื่นๆ (M) ก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น, ทำให้ระยะโดยรวมของโรค (Stage) สูงขึ้นและอาจต้องใช้การรักษาที่ซับซ้อนขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการจัดระยะโรคไม่ได้ดูแค่ "ขนาด" เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้วครับ ตามมาตรฐาน AJCC ฉบับล่าสุด การประเมินความรุนแรงของโรคจะต้องพิจารณาตัวแปรทางชีววิทยาของมะเร็งร่วมด้วย ได้แก่ ตัวรับฮอร์โมน (ER, PR), โปรตีน HER2, และความดุร้ายของการแบ่งตัวเซลล์ (Tumor Grade), ตัวอย่างเช่น ก้อนมะเร็งขนาดใหญ่อาจจัดอยู่ในระยะพยากรณ์โรคที่ดีได้ หากเซลล์มะเร็งไม่ดุร้ายและตอบสนองต่อยาต้านฮอร์โมนได้ดี เป็นต้น,
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
T Stage ประเมินจากความกว้างที่สุดของก้อนมะเร็งส่วนที่ลุกลาม โดยแบ่งเป็น T1 ถึง T4 ตามขนาดและการลุกลามสู่ผิวหนัง/ผนังทรวงอก,
ยิ่งก้อนมะเร็งเล็ก โอกาสการกระจายไปต่อมน้ำเหลืองยิ่งน้อย และโอกาสรักษาหายขาดยิ่งสูง,
ขนาดก้อน (T) เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ปัจจุบันแพทย์ต้องนำไปประเมินร่วมกับผลชิ้นเนื้อเรื่องชนิดตัวรับฮอร์โมนและ HER2 เสมอ เพื่อการวางแผนรักษาที่ถูกต้องที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คลำเจอก้อนใหญ่มาก แปลว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย (ระยะที่ 4) เสมอไปใช่ไหม? A: ไม่จำเป็นครับ แม้ก้อนจะใหญ่ระดับ T3 หรือ T4 แต่หากมะเร็งยังไม่แพร่กระจายไปอวัยวะอื่น (M0) โรคก็อาจเป็นเพียงระยะที่ 2 หรือ 3 ซึ่งยังมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ครับ,
Q: ถ้าเป็นมะเร็งก้อนเล็กระดับ T1 จำเป็นต้องให้เคมีบำบัดไหม? A: ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งครับ หากก้อนเล็กแต่เป็นชนิดดุร้าย เช่น HER2-positive หรือ Triple-Negative แพทย์มักแนะนำให้เคมีบำบัดและยาพุ่งเป้าร่วมด้วย แต่หากเป็นชนิดฮอร์โมนบวกที่เซลล์ไม่ดุร้าย อาจใช้เพียงยาต้านฮอร์โมนอย่างเดียวได้ครับ,,
Q: ขนาดก้อนที่วัดได้จากอัลตราซาวด์กับชิ้นเนื้อหลังผ่าตัด จะเท่ากันเป๊ะเลยไหม? A: อาจมีความคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อยครับ ภาพจากอัลตราซาวด์อาจประเมินขอบเขตของมะเร็งบางชนิดได้ไม่ชัดเจนเท่ากับการที่พยาธิแพทย์วัดขนาดจากชิ้นเนื้อจริงผ่านการส่องกล้องจุลทรรศน์ครับ,
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)
บทความที่เกี่ยวข้อง
หากผลชิ้นเนื้อของคุณระบุว่าเป็น HER2 Positive (HER2+) หรือ "เฮอร์ทูบวก" ความกังวลใจย่อมเกิดขึ้นทันที เพราะในอดีต มะเร็งชนิดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย โตเร็ว และแพร่กระจายไว แต่ในโลกยุคปัจจุบันที่การแพทย์ก้าวหน้าไปไกล สิ่งที่เคยเป็น "จุดอ่อน" กลับกลายเป็น "เป้าหมาย" ที่ชัดเจนที่สุดให้เราจัดการ
15 ก.พ. 2026
คนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม เราจะเสี่ยงแค่ไหน? มะเร็งเต้านมถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้กี่เปอร์เซ็นต์ บทความนี้มีคำตอบและวิธีเช็กความเสี่ยงครับ
26 ก.พ. 2026
การคลำเจอก้อนที่เต้านมเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงทุกคน แต่ความจริงแล้ว "ก้อนส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้อร้าย" บทความนี้จะพาคุณไปดูขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องทางการแพทย์ เพื่อให้คุณจัดการกับความกังวลได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัยครับ
13 ก.พ. 2026


