การประเมินต่อมน้ำเหลืองรักแร้ (N Stage) ทำไมต้องเช็กเมื่อเป็นมะเร็งเต้านม
อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2026
67 ผู้เข้าชม

สรุปคำตอบสั้นๆ (TL;DR): การประเมินต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ (N Stage) สำคัญมาก เพราะท่อน้ำเหลืองร้อยละ 97 ของเต้านมจะไหลไปที่รักแร้เป็นด่านแรก การทราบว่ามีเซลล์มะเร็งลามไปหรือไม่ จะช่วยบอกระยะความรุนแรงของโรค และใช้กำหนดแนวทางการรักษา ทั้งการผ่าตัด ฉายแสง และยาเคมีบำบัดครับ
เมื่อแพทย์ตรวจพบก้อนที่เต้านม ขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการคลำและประเมินบริเวณ "รักแร้" เสมอ หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมมะเร็งเต้านมถึงเกี่ยวพันกับรักแร้ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดครับ
ทำไมมะเร็งเต้านมต้องเกี่ยวพันกับ "รักแร้"?
ในทางกายวิภาค ท่อน้ำเหลืองบริเวณเต้านมมีทิศทางการไหลเวียนหลัก โดยกว่า 97% ของน้ำเหลืองจะไหลไปรวมกันที่ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ (Axillary Lymph Nodes) เป็นด่านแรก ดังนั้นเมื่อเซลล์มะเร็งเต้านมหลุดรอดเข้าสู่ท่อน้ำเหลือง มันจึงมักไปโตที่รักแร้ก่อนกระจายไปส่วนอื่น ในการประเมินระยะมะเร็งตามเกณฑ์มาตรฐานสากล (TNM Staging) ตัวอักษร N (Node) คือการระบุสถานะของต่อมน้ำเหลือง หากไม่มีการลุกลามจะจัดเป็น N0 แต่หากมีการลุกลามจะจัดเป็น N1 ถึง N3 ตามจำนวนและตำแหน่งของต่อมน้ำเหลืองที่พบ ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อการพยากรณ์โรคครับ
อาการและวิธีสังเกตความผิดปกติที่รักแร้
สาเหตุที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้โต มีทั้งจากการอักเสบติดเชื้อทั่วไป และการแพร่กระจายของ เซลล์มะเร็ง (Metastasis) โดยผู้ป่วยอาจมีอาการให้สังเกตได้ ดังนี้ครับ:
คลำพบก้อนเนื้อแข็ง หรือลูกกลิ้งบริเวณรักแร้ โดยอาจจะกดเจ็บหรือไม่เจ็บก็ได้
มีอาการบวม หรือรู้สึกตึงบริเวณรักแร้และต้นแขนด้านเดียวกับที่พบก้อนเต้านม
ในผู้ป่วยจำนวนมากมัก ไม่มีอาการ และคลำไม่พบก้อนที่รักแร้ แต่แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้จากการทำ อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือการตรวจทางรังสีอื่นๆ ครับ
การตรวจวินิจฉัยและการรักษา
หากแพทย์สงสัยว่าเซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง จะมีการตรวจวินิจฉัยและวางแผนรักษาร่วมกันดังนี้:
การตรวจอัลตราซาวด์ร่วมกับการเจาะชิ้นเนื้อ (Ultrasound-guided FNA/Core Biopsy): เมื่อพบต่อมน้ำเหลืองโตผิดปกติทางภาพถ่ายรังสี แพทย์จะใช้เข็มเจาะดูดเซลล์หรือตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ เพื่อยืนยันว่ามีเซลล์มะเร็งลุกลามมาหรือไม่
การผ่าตัดตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล (Sentinel Lymph Node Biopsy - SLNB): คือการฉีดสีหรือสารกัมมันตรังสีเพื่อหา "ต่อมน้ำเหลืองด่านแรก" ที่รับน้ำเหลืองจากก้อนมะเร็ง หากนำไปตรวจแล้วไม่พบเซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยก็ไม่จำเป็นต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ออกทั้งหมด ช่วยลดผลข้างเคียงเรื่องแขนบวมได้อย่างมากครับ
การผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ (Axillary Lymph Node Dissection - ALND): จะใช้ในกรณีที่พบเซลล์มะเร็งลุกลามในต่อมน้ำเหลืองอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก หรือพบการกระจายหลายต่อม แพทย์จะทำการเลาะต่อมน้ำเหลืองระดับที่ 1 และ 2 ออกเพื่อควบคุมโรคบริเวณรักแร้
การฉายรังสี (Radiation Therapy) และ ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy): หากมะเร็งลามไปต่อมน้ำเหลือง ผู้ป่วยมักจะต้องได้รับยาเคมีบำบัดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจกระจายในกระแสเลือด และอาจต้องฉายแสงบริเวณรักแร้หรือไหปลาร้าเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำครับ
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
การประเมินต่อมน้ำเหลือง (N Stage) จำเป็นต้องทำคู่กับการตรวจเต้านมเสมอ เพราะน้ำเหลือง 97% จากเต้านมจะไหลไปที่รักแร้
หากก้อนที่รักแร้คลำไม่พบ แพทย์สามารถใช้การทำอัลตราซาวด์ร่วมกับการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อประเมินความเสี่ยงได้
ปัจจุบันมีการใช้เทคนิค SLNB เพื่อตรวจเฉพาะต่อมน้ำเหลืองด่านแรก ช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ต้องถูกเลาะต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด และลดภาวะ ภาวะแขนบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) ได้ดีมากครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คลำไม่เจอก้อนที่รักแร้ แปลว่ามะเร็งยังไม่ลามใช่ไหม? A: ไม่เสมอไปครับ เซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปในระยะเริ่มต้น (Micrometastasis) ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนคลำไม่ได้ แพทย์จึงต้องใช้อัลตราซาวด์ หรือวิธีผ่าตัดแบบ SLNB เพื่อเช็กให้แน่ใจครับ
Q: ถ้ามะเร็งลามไปต่อมน้ำเหลืองแล้ว รักษาหายไหม? A: รักษาหายได้ครับ การลามไปต่อมน้ำเหลืองรักแร้ยังถือเป็นการกระจายเฉพาะที่ (Regional) หากได้รับยาเคมีบำบัด การผ่าตัด และการฉายแสงอย่างถูกต้อง โอกาสรอดชีวิตและหายขาดยังคงสูงมากครับ
Q: เลาะต่อมน้ำเหลืองออกหมดเลย จะดีกว่าและปลอดภัยกว่าไหม? A: การเลาะออกหมด (ALND) จะทำเฉพาะรายที่จำเป็นจริงๆ ครับ เพราะการเลาะออกหมดมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด ภาวะแขนบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) ชาบริเวณท้องแขน หรือไหล่ติด หากตรวจแล้วว่าต่อมน้ำเหลืองด่านแรกไม่มีมะเร็ง การเก็บรักษาไว้จะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากกว่าครับ
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)
เมื่อแพทย์ตรวจพบก้อนที่เต้านม ขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการคลำและประเมินบริเวณ "รักแร้" เสมอ หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมมะเร็งเต้านมถึงเกี่ยวพันกับรักแร้ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดครับ
ทำไมมะเร็งเต้านมต้องเกี่ยวพันกับ "รักแร้"?
ในทางกายวิภาค ท่อน้ำเหลืองบริเวณเต้านมมีทิศทางการไหลเวียนหลัก โดยกว่า 97% ของน้ำเหลืองจะไหลไปรวมกันที่ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ (Axillary Lymph Nodes) เป็นด่านแรก ดังนั้นเมื่อเซลล์มะเร็งเต้านมหลุดรอดเข้าสู่ท่อน้ำเหลือง มันจึงมักไปโตที่รักแร้ก่อนกระจายไปส่วนอื่น ในการประเมินระยะมะเร็งตามเกณฑ์มาตรฐานสากล (TNM Staging) ตัวอักษร N (Node) คือการระบุสถานะของต่อมน้ำเหลือง หากไม่มีการลุกลามจะจัดเป็น N0 แต่หากมีการลุกลามจะจัดเป็น N1 ถึง N3 ตามจำนวนและตำแหน่งของต่อมน้ำเหลืองที่พบ ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อการพยากรณ์โรคครับ
อาการและวิธีสังเกตความผิดปกติที่รักแร้
สาเหตุที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้โต มีทั้งจากการอักเสบติดเชื้อทั่วไป และการแพร่กระจายของ เซลล์มะเร็ง (Metastasis) โดยผู้ป่วยอาจมีอาการให้สังเกตได้ ดังนี้ครับ:
คลำพบก้อนเนื้อแข็ง หรือลูกกลิ้งบริเวณรักแร้ โดยอาจจะกดเจ็บหรือไม่เจ็บก็ได้
มีอาการบวม หรือรู้สึกตึงบริเวณรักแร้และต้นแขนด้านเดียวกับที่พบก้อนเต้านม
ในผู้ป่วยจำนวนมากมัก ไม่มีอาการ และคลำไม่พบก้อนที่รักแร้ แต่แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้จากการทำ อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือการตรวจทางรังสีอื่นๆ ครับ
การตรวจวินิจฉัยและการรักษา
หากแพทย์สงสัยว่าเซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง จะมีการตรวจวินิจฉัยและวางแผนรักษาร่วมกันดังนี้:
การตรวจอัลตราซาวด์ร่วมกับการเจาะชิ้นเนื้อ (Ultrasound-guided FNA/Core Biopsy): เมื่อพบต่อมน้ำเหลืองโตผิดปกติทางภาพถ่ายรังสี แพทย์จะใช้เข็มเจาะดูดเซลล์หรือตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ เพื่อยืนยันว่ามีเซลล์มะเร็งลุกลามมาหรือไม่
การผ่าตัดตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล (Sentinel Lymph Node Biopsy - SLNB): คือการฉีดสีหรือสารกัมมันตรังสีเพื่อหา "ต่อมน้ำเหลืองด่านแรก" ที่รับน้ำเหลืองจากก้อนมะเร็ง หากนำไปตรวจแล้วไม่พบเซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยก็ไม่จำเป็นต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ออกทั้งหมด ช่วยลดผลข้างเคียงเรื่องแขนบวมได้อย่างมากครับ
การผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ (Axillary Lymph Node Dissection - ALND): จะใช้ในกรณีที่พบเซลล์มะเร็งลุกลามในต่อมน้ำเหลืองอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก หรือพบการกระจายหลายต่อม แพทย์จะทำการเลาะต่อมน้ำเหลืองระดับที่ 1 และ 2 ออกเพื่อควบคุมโรคบริเวณรักแร้
การฉายรังสี (Radiation Therapy) และ ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy): หากมะเร็งลามไปต่อมน้ำเหลือง ผู้ป่วยมักจะต้องได้รับยาเคมีบำบัดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจกระจายในกระแสเลือด และอาจต้องฉายแสงบริเวณรักแร้หรือไหปลาร้าเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำครับ
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
การประเมินต่อมน้ำเหลือง (N Stage) จำเป็นต้องทำคู่กับการตรวจเต้านมเสมอ เพราะน้ำเหลือง 97% จากเต้านมจะไหลไปที่รักแร้
หากก้อนที่รักแร้คลำไม่พบ แพทย์สามารถใช้การทำอัลตราซาวด์ร่วมกับการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อประเมินความเสี่ยงได้
ปัจจุบันมีการใช้เทคนิค SLNB เพื่อตรวจเฉพาะต่อมน้ำเหลืองด่านแรก ช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ต้องถูกเลาะต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด และลดภาวะ ภาวะแขนบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) ได้ดีมากครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คลำไม่เจอก้อนที่รักแร้ แปลว่ามะเร็งยังไม่ลามใช่ไหม? A: ไม่เสมอไปครับ เซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปในระยะเริ่มต้น (Micrometastasis) ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนคลำไม่ได้ แพทย์จึงต้องใช้อัลตราซาวด์ หรือวิธีผ่าตัดแบบ SLNB เพื่อเช็กให้แน่ใจครับ
Q: ถ้ามะเร็งลามไปต่อมน้ำเหลืองแล้ว รักษาหายไหม? A: รักษาหายได้ครับ การลามไปต่อมน้ำเหลืองรักแร้ยังถือเป็นการกระจายเฉพาะที่ (Regional) หากได้รับยาเคมีบำบัด การผ่าตัด และการฉายแสงอย่างถูกต้อง โอกาสรอดชีวิตและหายขาดยังคงสูงมากครับ
Q: เลาะต่อมน้ำเหลืองออกหมดเลย จะดีกว่าและปลอดภัยกว่าไหม? A: การเลาะออกหมด (ALND) จะทำเฉพาะรายที่จำเป็นจริงๆ ครับ เพราะการเลาะออกหมดมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด ภาวะแขนบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) ชาบริเวณท้องแขน หรือไหล่ติด หากตรวจแล้วว่าต่อมน้ำเหลืองด่านแรกไม่มีมะเร็ง การเก็บรักษาไว้จะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากกว่าครับ
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)
บทความที่เกี่ยวข้อง
ผลชิ้นเนื้อระบุเป็นมะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative (TNBC) กังวลใจใช่ไหมครับ? บทความนี้หมอมีแนวทางรับมือและเทคนิคการรักษามะเร็งชนิดนี้มาฝากครับ
24 ก.พ. 2026
เต้านมบวมแดง ผิวขรุขระคล้ายผิวส้ม อาจเป็นมะเร็งเต้านมชนิดลุกลามเร็ว (IBC) บทความนี้มีวิธีสังเกตครับ
24 ก.พ. 2026
คลำเจอก้อน กังวลว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะรุกราน (Invasive) ใช่ไหม? บทความนี้มีคำตอบและวิธีรักษาที่ถูกต้องครับ
24 ก.พ. 2026


