แชร์

มะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative (TNBC) คืออะไร? ชนิดดุร้ายที่ต้องใช้เทคนิคพิเศษรักษา

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2026
166 ผู้เข้าชม
สรุปคำตอบสั้นๆ (TL;DR): มะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative (TNBC) คือมะเร็งที่ไม่มีทั้งตัวรับฮอร์โมนและตัวรับ HER2 ทำให้เซลล์แบ่งตัวเร็วและดุร้าย แม้ใช้ยาต้านฮอร์โมนหรือยาพุ่งเป้าแบบปกติไม่ได้ แต่ปัจจุบันสามารถรักษาได้ผลดีมากด้วย ยาเคมีบำบัด ร่วมกับ ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ครับ

มะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative (TNBC) คืออะไร?

Triple Negative Breast Cancer (TNBC) หรือมะเร็งเต้านมชนิดทริปเปิลเนกาทีฟ คือกลุ่มของมะเร็งเต้านมที่ผลการตรวจชิ้นเนื้อพบว่า "ผลเป็นลบทั้ง 3 ตัว" ได้แก่ ไม่มีตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน (ER-negative), ไม่มีตัวรับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (PR-negative) และไม่มีการแสดงออกของโปรตีนตัวรับ HER2 (HER2-negative) มะเร็งชนิดนี้พบได้ประมาณ 15-20% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด มีพฤติกรรมของโรคที่ค่อนข้างดุร้าย (High-grade) เซลล์มะเร็งแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว และมีโอกาสแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้สูงกว่ามะเร็งชนิดที่ตอบสนองต่อฮอร์โมนครับ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุเชิงลึกของ TNBC มักมีความเชื่อมโยงกับความผิดปกติทางพันธุกรรมมากกว่ามะเร็งเต้านมชนิดอื่นๆ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่:

การกลายพันธุ์ของยีน BRCA1: ผู้ป่วยที่มียีน BRCA1 กลายพันธุ์แต่กำเนิด มีแนวโน้มสูงมากที่จะพัฒนากลายเป็นมะเร็งเต้านมชนิด TNBC
ช่วงอายุ: มักพบในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า หรือพบในวัยก่อนหมดประจำเดือน
อาการและวิธีสังเกตความผิดปกติ

คนไข้ที่เป็นมะเร็งเต้านมชนิด TNBC มักจะมาพบแพทย์ด้วยลักษณะอาการดังนี้:

คลำพบก้อนที่เต้านมโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่กี่เดือน
ก้อนมักมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เริ่มคลำเจอ
อาจคลำพบก้อนที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ร่วมด้วย หากเซลล์มะเร็งกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองแล้ว
การรักษาและแนวทางการป้องกัน

ความท้าทายหลักของ TNBC คือคนไข้กลุ่มนี้ไม่สามารถใช้ยาต้านฮอร์โมน และไม่ตอบสนองต่อยาพุ่งเป้าต้าน HER2 ทั่วไป (เช่น Trastuzumab) ได้ แต่ทางการแพทย์ก็พบ "ความย้อนแย้ง (Triple-negative paradox)" คือ แม้มะเร็งจะดุร้าย แต่เซลล์มะเร็งกลับมีความไวและตอบสนองต่อ ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) ได้ดีมากที่สุดในบรรดามะเร็งเต้านมทุกชนิดครับ

เทคนิคพิเศษในการรักษามีดังนี้ครับ:

ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด (Neoadjuvant Chemotherapy): เป็นมาตรฐานการรักษาที่หมอมักแนะนำให้ทำเป็นอันดับแรก โดยใช้ยากลุ่ม Anthracyclines และ Taxanes หากก้อนตอบสนองจนยุบหายไปหมดเมื่อตรวจชิ้นเนื้อหลังผ่าตัด หรือที่เรียกว่า Pathologic Complete Response (pCR) คนไข้จะมีโอกาสหายขาดและรอดชีวิตสูงมาก
การเพิ่มยาพลาตินัม (Platinum agents): เช่น Carboplatin เข้าไปในสูตรยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด ช่วยเพิ่มโอกาสก้อนยุบหมด (pCR) ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มคนไข้ที่มียีน BRCA กลายพันธุ์
ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy): ปัจจุบันเป็นความหวังใหม่ โดยการให้ยา Pembrolizumab ร่วมกับยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด และให้ต่อเนื่องหลังผ่าตัด ซึ่งได้รับการรับรองแล้วว่าช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยาพุ่งเป้ากลุ่ม PARP Inhibitors: สำหรับคนไข้ระยะลุกลาม หรือระยะเริ่มต้นที่มีความเสี่ยงสูง ที่ตรวจพบยีน BRCA1/2 กลายพันธุ์ สามารถใช้ยาในกลุ่มนี้ (เช่น Olaparib) เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งได้ตรงจุด
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ

TNBC คือมะเร็งเต้านมชนิดที่ไม่มีตัวรับฮอร์โมนและไม่มี HER2 โตเร็วและดุร้าย มักพบในคนอายุน้อย
ไม่สามารถรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมน แต่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดได้ดีเยี่ยม
ปัจจุบันมีนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ เช่น ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) และยามุ่งเป้าสำหรับกลุ่มที่มียีน BRCA กลายพันธุ์ ทำให้โอกาสรักษาหายสูงขึ้นมาก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: เป็นมะเร็งเต้านม TNBC มีโอกาสรักษาหายขาดไหม? A: มีโอกาสหายขาดสูงครับ โดยเฉพาะหากตรวจพบในระยะเริ่มต้นและได้รับการให้ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด (Neoadjuvant) จนก้อนมะเร็งยุบหมด (pCR) จะมีอัตราการรอดชีวิตที่ยาวนานไม่ต่างจากมะเร็งชนิดอื่นครับ

Q: จำเป็นต้องตรวจยีนพันธุกรรม BRCA ไหม? A: หมอแนะนำให้ผู้ป่วย TNBC ทุกราย โดยเฉพาะที่อายุน้อยกว่า 60 ปี เข้ารับการตรวจหาความผิดปกติของยีน BRCA1/BRCA2 ครับ เพราะหากพบการกลายพันธุ์ จะมีผลต่อการเลือกใช้ยาพุ่งเป้า (PARP Inhibitors) และช่วยประเมินความเสี่ยงให้คนในครอบครัวได้ด้วยครับ

Q: ถ้าผ่าตัดไปก่อนแล้วค่อยให้ยาเคมีบำบัดทีหลัง ผลการรักษาจะต่างกันไหม? A: การศึกษาส่วนใหญ่พบว่าผลลัพธ์ระยะยาวในด้านอัตรารอดชีวิตไม่ต่างกันครับ แต่การให้ยาก่อนผ่าตัดมีข้อดีคือ ช่วยให้ก้อนเล็กลงจนสามารถผ่าตัดแบบสงวนเต้านมได้ง่ายขึ้น และช่วยให้แพทย์ประเมินการตอบสนองของเซลล์มะเร็งต่อยาได้แบบเรียลไทม์ครับ

ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)

บทความที่เกี่ยวข้อง
การวัดขนาดก้อนมะเร็งเต้านม (T Stage) คืออะไร? ขนาดก้อนมีผลต่อระยะโรคอย่างไร
กังวลเรื่องขนาดก้อนมะเร็งเต้านม? บทความนี้จะไขข้อข้องใจเรื่องการวัดขนาดก้อน (T Stage) และผลต่อระยะของโรคครับ
24 ก.พ. 2026
คลำเจอก้อนที่เต้านม อย่าเพิ่งตกใจ! เปิดขั้นตอนแรกที่ควรทำตามแนวทางมาตรฐาน (ฉบับเข้าใจง่าย)
การคลำเจอก้อนที่เต้านมเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงทุกคน แต่ความจริงแล้ว "ก้อนส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้อร้าย" บทความนี้จะพาคุณไปดูขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องทางการแพทย์ เพื่อให้คุณจัดการกับความกังวลได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัยครับ
13 ก.พ. 2026
เจาะลึกมะเร็งเต้านมกลุ่ม "ER-Low Positive" (1-10%) เมื่อผลบวกต่ำ ทำไมการรักษาจึงซับซ้อนกว่าที่คิด?
ในอดีตเรามักเข้าใจว่าผลตรวจตัวรับฮอร์โมน (ER) มีแค่ "บวก" กับ "ลบ" แต่ความรู้ทางการแพทย์ปัจจุบันพบว่า มีกลุ่มกึ่งกลางที่เรียกว่า "ER-Low Positive" หรือกลุ่มที่มีค่าการติดสีเพียง 1-10% ซึ่งสร้างความสับสนให้คนไข้ไม่น้อย เพราะแม้ชื่อจะบอกว่าเป็น "ผลบวก" แต่พฤติกรรมของโรคกลับดุร้ายคล้ายกลุ่ม "ผลลบ" บทความนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจว่า ทำไมค่าตัวเลขเพียงเล็กน้อยนี้จึงส่งผลอย่างมากต่อการวางแผนรักษา และทำไมแพทย์อาจแนะนำให้คุณรับยาเคมีบำบัดแม้ว่าจะมีผล ER เป็นบวกก็ตามครับ
15 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy