แชร์

อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มตรวจแมมโมแกรม? คู่มือฉบับสมบูรณ์โดยหมอเต้านม

อัพเดทล่าสุด: 5 เม.ย. 2026
69 ผู้เข้าชม
สรุปคำตอบสั้นๆ (TL;DR): ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงปกติควรเริ่มตรวจ แมมโมแกรม เป็นประจำทุกปีตั้งแต่อายุ 40 ปี ขึ้นไป เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้สูงสุด ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงสูงควรเริ่มประเมินความเสี่ยงและรับคำแนะนำตั้งแต่อายุ 25 ปีครับ


การตรวจ แมมโมแกรม (Mammogram) คือมาตรฐานทองคำในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงที่การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุดและมีโอกาสหายขาดได้มากครับ

ทำไมต้องเริ่มตรวจแมมโมแกรมตอนอายุ 40 ปี?
ข้อมูลจากแนวทางเวชปฏิบัติสากลระบุว่า การตรวจแมมโมแกรมประจำปีตั้งแต่อายุ 40 ปี ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้มากที่สุด แม้ในปัจจุบันจะมีบางองค์กรแนะนำให้เริ่มที่อายุ 45 หรือ 50 ปี แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการเริ่มตรวจที่ 40 ปีให้ประโยชน์ในแง่การรักษาที่ทันท่วงทีมากกว่า โดยควรตรวจควบคู่ไปกับเทคโนโลยี Digital Breast Tomosynthesis (3D Mammogram) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดอัตราการเรียกกลับมาตรวจซ้ำ


แล้วถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปี ต้องตรวจอย่างไร?
สำหรับผู้หญิงที่มีช่วงอายุระหว่าง 25-39 ปี ที่ไม่มีอาการผิดปกติ แนะนำดังนี้ครับ:

รับการตรวจร่างกายโดยแพทย์ (Clinical Breast Examination - CBE) ทุก 1-3 ปี


หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมด้วยตัวเอง (Breast Awareness) เป็นประจำ


ประเมินความเสี่ยงมะเร็งเต้านมโดยละเอียดตั้งแต่อายุ 25 ปี เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจเร็วกว่าปกติหรือไม่


ใครบ้างที่ต้องตรวจ "เร็วกว่า" หรือ "บ่อยกว่า" ปกติ?
หากคุณเข้าข่ายกลุ่ม ความเสี่ยงสูง (Increased Risk) แพทย์อาจแนะนำให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 25-30 ปี หรือตรวจด้วย MRI เพิ่มเติม ได้แก่:

มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่


ตรวจพบการกลายพันธุ์ของยีน เช่น BRCA1/2


มีความเสี่ยงสะสมตลอดชีวิต (Lifetime Risk) มากกว่า 20% จากแบบประเมินมาตรฐาน


เคยได้รับรังสีรักษาบริเวณทรวงอกในช่วงอายุ 10-30 ปี


ตรวจพบเนื้อเยื่อเต้านมมีความหนาแน่นสูง (Dense Breasts) ซึ่งอาจต้องตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI เสริม


สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
ผู้หญิงความเสี่ยงปกติ: เริ่มตรวจ แมมโมแกรม ปีละครั้งตั้งแต่อายุ 40 ปี


อายุ 25-39 ปี: ตรวจร่างกายโดยแพทย์ทุก 1-3 ปี และหมั่นสังเกตเต้านมตนเอง


หากมีความเสี่ยงสูง: ควรเริ่มปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปี


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ตรวจอัลตราซาวด์อย่างเดียวแทนแมมโมแกรมได้ไหม? A: ไม่แนะนำครับ เพราะอัลตราซาวด์อาจมองไม่เห็นจุดหินปูนที่เป็นสัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งบางชนิด ซึ่งแมมโมแกรมทำได้ดีกว่ามาก


Q: ต้องตรวจไปถึงอายุเท่าไหร่? A: โดยทั่วไปแนะนำให้ตรวจต่อเนื่องตราบเท่าที่คุณยังมีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุขัยที่คาดการณ์ได้มากกว่า 10 ปีครับ


Q: ให้นมบุตรอยู่ ตรวจแมมโมแกรมได้ไหม? A: สามารถตรวจได้ครับ แต่ความแม่นยำอาจลดลงเนื่องจากเนื้อเยื่อเต้านมมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ปั๊มนมหรือให้นมบุตรให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับการตรวจครับ


ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ

(บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)

บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้หญิงทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เสี่ยงมะเร็งเต้านมจริงไหม
ผู้หญิงทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เสี่ยงมะเร็งเต้านมจริงไหม
5 ม.ค. 2026
ฉีดฮอร์โมนทำ IVF หรือฝากไข่ อันตรายต่อเต้านมไหม? หมอสรุปให้ฟังครับ
การกระตุ้นไข่ต้องใช้ฮอร์โมนสูง บทความนี้จะตอบคำถามที่ผู้หญิงกังวลว่าส่งผลต่อเต้านมอย่างไร
19 เม.ย. 2026
ใส่เสื้อชั้นในมีโครง-ไม่ถอดตอนนอน เสี่ยงมะเร็งเต้านมจริงไหม?
ความเชื่อเรื่องบรากับมะเร็งมีมานาน หมอจะมาเฉลยความจริงจากหลักฐานทางการแพทย์ให้หายสงสัยครับ
22 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy