ผิวเต้านมบุ๋มหรือขรุขระเหมือนเปลือกส้ม สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบเช็ก
อัพเดทล่าสุด: 5 เม.ย. 2026
35 ผู้เข้าชม

สรุปคำตอบสั้นๆ (TL;DR): ลักษณะผิวเต้านมที่ขรุขระเหมือน เปลือกส้ม (Peau d'orange) หรือมี รอยบุ๋ม (Dimpling) มักเกิดจากท่อน้ำเหลืองใต้ผิวหนังถูกอุดตันหรือถูกดึงรั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญของ มะเร็งเต้านม โดยเฉพาะชนิดอักเสบ (Inflammatory Breast Cancer) ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดทันทีครับ
ลักษณะความผิดปกติของผิวหนังเต้านมเป็นสิ่งที่เราสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าจากการส่องกระจก ซึ่งบางครั้งอาจมาก่อนที่จะคลำเจอก้อนเนื้อเสียด้วยซ้ำครับ
1. ผิวขรุขระเหมือนเปลือกส้ม (Peau d'orange)
ลักษณะนี้ผิวหนังจะดูหนาขึ้น รูขุมขนดูชัดและลึกขึ้นจนดูคล้ายผิวของผลส้ม
สาเหตุ: เกิดจากเซลล์มะเร็งเข้าไปอุดตันทางเดินน้ำเหลืองในชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ แต่เนื่องจากรูขุมขนถูกยึดเหนี่ยวไว้ด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ผิวหนังส่วนที่บวมจึงนูนขึ้นมา ยกเว้นตรงรูขุมขนที่ยังคงถูกดึงไว้ ทำให้เกิดลักษณะเป็นหลุมเล็กๆ กระจายตัว
โรคที่เกี่ยวข้อง: มักสัมพันธ์กับ มะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ (Inflammatory Breast Cancer) ซึ่งมักมีอาการตัวแดงหรือร้อนร่วมด้วย หรือมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม
2. รอยบุ๋มบนผิวเต้านม (Skin Dimpling)
รอยบุ๋มคล้ายลักยิ้มบนหน้าอก หรือผิวหนังที่ดูย่นผิดปกติ
สาเหตุ: เกิดจากก้อนเนื้อที่อยู่ลึกลงไปในเต้านม ไปดึงรั้งพังผืดที่ชื่อว่า Cooper's ligaments (พังผืดที่ช่วยพยุงเต้านม) เมื่อพังผืดถูกดึง ผิวหนังที่เชื่อมต่ออยู่จึงถูกดึงให้บุ๋มลงไปตามกัน
วิธีสังเกต: รอยบุ๋มบางอย่างอาจเห็นชัดขึ้นเมื่อเรายกแขนขึ้นเหนือศีรษะหรือเท้าสะเอว
อาการอื่นๆ ที่อาจพบร่วมกัน
นอกจากลักษณะผิวหนังแล้ว คุณควรสังเกตอาการเหล่านี้ประกอบด้วย:
มีอาการแดง ร้อน หรือบวมที่เต้านมโดยที่ไม่มีก้อนชัดเจน
หัวนมถูกดึงรั้งจนบุ๋มลงไป (Nipple Retraction)
คลำพบก้อนแข็งที่เต้านมหรือบริเวณรักแร้
มีอาการปวดแสบปวดร้อนหรือคันบริเวณผิวหนังที่ผิดปกติ
แนวทางการวินิจฉัยและรักษา
เมื่อพบอาการผิวเปลือกส้มหรือรอยบุ๋ม แพทย์จำเป็นต้องตรวจพิสูจน์ทันทีผ่านกระบวนการดังนี้:
Imaging: การทำ Diagnostic Mammogram ร่วมกับ Ultrasound เพื่อดูความหนาของผิวหนังและก้อนที่ซ่อนอยู่
Biopsy: การเจาะชิ้นเนื้อหรือการตัดผิวหนังส่วนที่บวมไปตรวจ (Punch Biopsy) เพื่อยืนยันว่ามีการอุดตันของเซลล์มะเร็งในท่อน้ำเหลืองหรือไม่
การรักษา: หากเป็นมะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ การรักษาจะเริ่มด้วยการให้ยาเคมีบำบัดเพื่อคุมการลุกลาม ก่อนจะพิจารณาการผ่าตัดและฉายรังสีตามลำดับ
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
ผิวเปลือกส้ม (Peau d'orange) เกิดจากท่อน้ำเหลืองอุดตัน ต้องรีบพบแพทย์
รอยบุ๋ม (Dimpling) เกิดจากการดึงรั้งของพังผืดภายในเต้านม
อาการผิวหนังเปลี่ยนแปลงอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งเต้านม แม้จะคลำไม่เจอก้อนก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ผิวหนังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Mastitis) ทำให้ผิวเหมือนเปลือกส้มได้ไหม?
A: ได้ครับ การติดเชื้อรุนแรงทำให้ผิวบวมจนดูคล้ายเปลือกส้มได้เช่นกัน แต่จะมีอาการปวดและมีไข้ร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หากกินยาฆ่าเชื้อแล้วอาการผิวเปลือกส้มไม่หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ ต้องตรวจหามะเร็งทันทีครับ
Q: รอยบุ๋มที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เด็กๆ ถือว่าอันตรายไหม?
A: หากเป็นรอยบุ๋มที่เป็นมานานมากและไม่เคยเปลี่ยนแปลง มักเกิดจากพังผืดตามธรรมชาติหรือรอยแผลเป็นเก่า แต่ถ้าเป็น รอยบุ๋มที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ในวัยผู้ใหญ่ ถือว่าอันตรายครับ
Q: ถ้ามีแค่ผิวเปลือกส้มแต่ไม่ปวดเลย สบายใจได้ไหม?
A: ไม่ได้ครับ มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ในระยะที่ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนมักจะไม่เจ็บ ความ "ไม่เจ็บ" จึงไม่ใช่สัญญาณของความปลอดภัยในกรณีนี้ครับ
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ
(บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)
ลักษณะความผิดปกติของผิวหนังเต้านมเป็นสิ่งที่เราสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าจากการส่องกระจก ซึ่งบางครั้งอาจมาก่อนที่จะคลำเจอก้อนเนื้อเสียด้วยซ้ำครับ
1. ผิวขรุขระเหมือนเปลือกส้ม (Peau d'orange)
ลักษณะนี้ผิวหนังจะดูหนาขึ้น รูขุมขนดูชัดและลึกขึ้นจนดูคล้ายผิวของผลส้ม
สาเหตุ: เกิดจากเซลล์มะเร็งเข้าไปอุดตันทางเดินน้ำเหลืองในชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ แต่เนื่องจากรูขุมขนถูกยึดเหนี่ยวไว้ด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ผิวหนังส่วนที่บวมจึงนูนขึ้นมา ยกเว้นตรงรูขุมขนที่ยังคงถูกดึงไว้ ทำให้เกิดลักษณะเป็นหลุมเล็กๆ กระจายตัว
โรคที่เกี่ยวข้อง: มักสัมพันธ์กับ มะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ (Inflammatory Breast Cancer) ซึ่งมักมีอาการตัวแดงหรือร้อนร่วมด้วย หรือมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม
2. รอยบุ๋มบนผิวเต้านม (Skin Dimpling)
รอยบุ๋มคล้ายลักยิ้มบนหน้าอก หรือผิวหนังที่ดูย่นผิดปกติ
สาเหตุ: เกิดจากก้อนเนื้อที่อยู่ลึกลงไปในเต้านม ไปดึงรั้งพังผืดที่ชื่อว่า Cooper's ligaments (พังผืดที่ช่วยพยุงเต้านม) เมื่อพังผืดถูกดึง ผิวหนังที่เชื่อมต่ออยู่จึงถูกดึงให้บุ๋มลงไปตามกัน
วิธีสังเกต: รอยบุ๋มบางอย่างอาจเห็นชัดขึ้นเมื่อเรายกแขนขึ้นเหนือศีรษะหรือเท้าสะเอว
อาการอื่นๆ ที่อาจพบร่วมกัน
นอกจากลักษณะผิวหนังแล้ว คุณควรสังเกตอาการเหล่านี้ประกอบด้วย:
มีอาการแดง ร้อน หรือบวมที่เต้านมโดยที่ไม่มีก้อนชัดเจน
หัวนมถูกดึงรั้งจนบุ๋มลงไป (Nipple Retraction)
คลำพบก้อนแข็งที่เต้านมหรือบริเวณรักแร้
มีอาการปวดแสบปวดร้อนหรือคันบริเวณผิวหนังที่ผิดปกติ
แนวทางการวินิจฉัยและรักษา
เมื่อพบอาการผิวเปลือกส้มหรือรอยบุ๋ม แพทย์จำเป็นต้องตรวจพิสูจน์ทันทีผ่านกระบวนการดังนี้:
Imaging: การทำ Diagnostic Mammogram ร่วมกับ Ultrasound เพื่อดูความหนาของผิวหนังและก้อนที่ซ่อนอยู่
Biopsy: การเจาะชิ้นเนื้อหรือการตัดผิวหนังส่วนที่บวมไปตรวจ (Punch Biopsy) เพื่อยืนยันว่ามีการอุดตันของเซลล์มะเร็งในท่อน้ำเหลืองหรือไม่
การรักษา: หากเป็นมะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ การรักษาจะเริ่มด้วยการให้ยาเคมีบำบัดเพื่อคุมการลุกลาม ก่อนจะพิจารณาการผ่าตัดและฉายรังสีตามลำดับ
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
ผิวเปลือกส้ม (Peau d'orange) เกิดจากท่อน้ำเหลืองอุดตัน ต้องรีบพบแพทย์
รอยบุ๋ม (Dimpling) เกิดจากการดึงรั้งของพังผืดภายในเต้านม
อาการผิวหนังเปลี่ยนแปลงอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งเต้านม แม้จะคลำไม่เจอก้อนก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ผิวหนังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Mastitis) ทำให้ผิวเหมือนเปลือกส้มได้ไหม?
A: ได้ครับ การติดเชื้อรุนแรงทำให้ผิวบวมจนดูคล้ายเปลือกส้มได้เช่นกัน แต่จะมีอาการปวดและมีไข้ร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หากกินยาฆ่าเชื้อแล้วอาการผิวเปลือกส้มไม่หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ ต้องตรวจหามะเร็งทันทีครับ
Q: รอยบุ๋มที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เด็กๆ ถือว่าอันตรายไหม?
A: หากเป็นรอยบุ๋มที่เป็นมานานมากและไม่เคยเปลี่ยนแปลง มักเกิดจากพังผืดตามธรรมชาติหรือรอยแผลเป็นเก่า แต่ถ้าเป็น รอยบุ๋มที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ในวัยผู้ใหญ่ ถือว่าอันตรายครับ
Q: ถ้ามีแค่ผิวเปลือกส้มแต่ไม่ปวดเลย สบายใจได้ไหม?
A: ไม่ได้ครับ มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ในระยะที่ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนมักจะไม่เจ็บ ความ "ไม่เจ็บ" จึงไม่ใช่สัญญาณของความปลอดภัยในกรณีนี้ครับ
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ
(บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)
บทความที่เกี่ยวข้อง
การผ่าตัดมะเร็งเต้านมยุคใหม่ปลอดภัย เก็บเต้านมได้ รูปร่างยังสวย พร้อมเพิ่มโอกาสหายขาดหากตรวจพบเร็ว
29 ต.ค. 2025
หลายคนกลัวฮอร์โมนในพืชจะทำให้เกิดก้อนหรือซีสต์ บทความนี้จะช่วยแก้ความเข้าใจผิดให้ครับ
24 เม.ย. 2026
การเจาะชิ้นเนื้อเต้านมช่วยยืนยันความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ รู้ผลเร็ว รักษาได้ทันท่วงที เพิ่มโอกาสหายขาดจากมะเร็งเต้านม
29 ต.ค. 2025


