การตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านม (Diagnosis & Biopsy)
อัพเดทล่าสุด: 29 ต.ค. 2025
273 ผู้เข้าชม

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านม (Diagnosis & Biopsy)
เมื่อพบก้อนหรือความผิดปกติในเต้านม ไม่ว่าจะจากการคลำเจอเองหรือจากผลตรวจคัดกรอง เช่น แมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์ ขั้นตอนต่อมาที่สำคัญคือ การตรวจวินิจฉัยเฉพาะทาง หรือที่หลายคนเรียกว่า การเจาะตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าก้อนนั้นเป็นมะเร็งหรือไม่ การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นคือกุญแจสำคัญของการรักษาที่แม่นยำและเหมาะสมกับแต่ละคน
ตามแนวทางอัปเดตของ NCCN Breast Cancer Guideline 2025 ระบุว่า หากพบความผิดปกติในภาพถ่ายรังสีเต้านม หรือคลำเจอก้อนที่สงสัย ควรทำการตรวจยืนยันด้วยการเจาะชิ้นเนื้อ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี โดยแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับลักษณะของรอยโรคและตำแหน่งที่พบ เช่น การเจาะด้วยเข็มขนาดเล็ก (Fine Needle Aspiration), การเจาะด้วยเข็มแกนกลาง (Core Needle Biopsy) หรือในบางกรณีอาจใช้เครื่องมือดูดชิ้นเนื้อแบบสุญญากาศ (Vacuum-Assisted Biopsy) ที่ให้ผลแม่นยำสูงและเจ็บน้อย
การเจาะชิ้นเนื้อในปัจจุบันมักทำภายใต้เครื่องอัลตราซาวนด์หรือแมมโมแกรม เพื่อระบุตำแหน่งที่แน่นอนของรอยโรค ช่วยให้เก็บชิ้นเนื้อได้ถูกจุด ใช้เวลาไม่นาน และมักไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หลังการตรวจอาจมีรอยฟกช้ำเล็กน้อย ซึ่งจะหายภายในไม่กี่วัน ผลตรวจจากชิ้นเนื้อจะช่วยให้แพทย์ทราบชนิดของก้อน ระดับความรุนแรง รวมถึงตัวรับฮอร์โมน (ER, PR, HER2) ที่มีผลต่อการเลือกแนวทางการรักษา
สำหรับผู้หญิงหลายคน การได้ยินคำว่า เจาะชิ้นเนื้อ อาจทำให้รู้สึกกลัว แต่จริง ๆ แล้ว ขั้นตอนนี้เป็นการตรวจที่ปลอดภัยและจำเป็นที่สุด เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะให้คำตอบอย่างมั่นใจว่า ก้อนนั้นคืออะไร ยิ่งตรวจเร็ว ยิ่งมีโอกาสรักษาได้ทันท่วงที หากผลออกมาเป็นเนื้องอกธรรมดา ก็ช่วยให้คลายความกังวลได้ แต่ถ้าพบว่าเป็นมะเร็ง ก็จะสามารถเริ่มต้นการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
การดูแลสุขภาพเต้านมอย่างรอบคอบ ไม่ได้หมายถึงแค่การตรวจคัดกรองประจำปีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการไม่ละเลยการตรวจวินิจฉัยเฉพาะทางเมื่อพบความผิดปกติ เพราะการรู้เร็ว คือโอกาสรอดที่มากกว่า และเป็นก้าวแรกสู่การรักษาที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุด
หากตรวจเจอเร็ว มะเร็งเต้านมสามารถรักษาให้หายได้
ด้วยรักและห่วงใย
นพ.โภคิน เพ็ชร์หอม
ศัลยแพทย์เต้านมเฉพาะทาง
เมื่อพบก้อนหรือความผิดปกติในเต้านม ไม่ว่าจะจากการคลำเจอเองหรือจากผลตรวจคัดกรอง เช่น แมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์ ขั้นตอนต่อมาที่สำคัญคือ การตรวจวินิจฉัยเฉพาะทาง หรือที่หลายคนเรียกว่า การเจาะตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าก้อนนั้นเป็นมะเร็งหรือไม่ การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นคือกุญแจสำคัญของการรักษาที่แม่นยำและเหมาะสมกับแต่ละคน
ตามแนวทางอัปเดตของ NCCN Breast Cancer Guideline 2025 ระบุว่า หากพบความผิดปกติในภาพถ่ายรังสีเต้านม หรือคลำเจอก้อนที่สงสัย ควรทำการตรวจยืนยันด้วยการเจาะชิ้นเนื้อ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี โดยแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับลักษณะของรอยโรคและตำแหน่งที่พบ เช่น การเจาะด้วยเข็มขนาดเล็ก (Fine Needle Aspiration), การเจาะด้วยเข็มแกนกลาง (Core Needle Biopsy) หรือในบางกรณีอาจใช้เครื่องมือดูดชิ้นเนื้อแบบสุญญากาศ (Vacuum-Assisted Biopsy) ที่ให้ผลแม่นยำสูงและเจ็บน้อย
การเจาะชิ้นเนื้อในปัจจุบันมักทำภายใต้เครื่องอัลตราซาวนด์หรือแมมโมแกรม เพื่อระบุตำแหน่งที่แน่นอนของรอยโรค ช่วยให้เก็บชิ้นเนื้อได้ถูกจุด ใช้เวลาไม่นาน และมักไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หลังการตรวจอาจมีรอยฟกช้ำเล็กน้อย ซึ่งจะหายภายในไม่กี่วัน ผลตรวจจากชิ้นเนื้อจะช่วยให้แพทย์ทราบชนิดของก้อน ระดับความรุนแรง รวมถึงตัวรับฮอร์โมน (ER, PR, HER2) ที่มีผลต่อการเลือกแนวทางการรักษา
สำหรับผู้หญิงหลายคน การได้ยินคำว่า เจาะชิ้นเนื้อ อาจทำให้รู้สึกกลัว แต่จริง ๆ แล้ว ขั้นตอนนี้เป็นการตรวจที่ปลอดภัยและจำเป็นที่สุด เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะให้คำตอบอย่างมั่นใจว่า ก้อนนั้นคืออะไร ยิ่งตรวจเร็ว ยิ่งมีโอกาสรักษาได้ทันท่วงที หากผลออกมาเป็นเนื้องอกธรรมดา ก็ช่วยให้คลายความกังวลได้ แต่ถ้าพบว่าเป็นมะเร็ง ก็จะสามารถเริ่มต้นการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
การดูแลสุขภาพเต้านมอย่างรอบคอบ ไม่ได้หมายถึงแค่การตรวจคัดกรองประจำปีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการไม่ละเลยการตรวจวินิจฉัยเฉพาะทางเมื่อพบความผิดปกติ เพราะการรู้เร็ว คือโอกาสรอดที่มากกว่า และเป็นก้าวแรกสู่การรักษาที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุด
หากตรวจเจอเร็ว มะเร็งเต้านมสามารถรักษาให้หายได้
ด้วยรักและห่วงใย
นพ.โภคิน เพ็ชร์หอม
ศัลยแพทย์เต้านมเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง
หากคุณสังเกตเห็นผิวเต้านมเปลี่ยนไปคล้ายเปลือกส้มหรือมีรอยบุ๋ม อย่าชะล่าใจครับ เพราะนี่คือสัญญาณสำคัญที่หมออยากให้ระวัง
15 เม.ย. 2026
หลายคนหมดเงินไปกับอาหารเสริมมากมาย บทความนี้จะบอกว่าตัวไหนที่มีประโยชน์จริงต่อเต้านมครับ
26 เม.ย. 2026
เมื่อผลชิ้นเนื้อระบุว่าเป็นมะเร็งเต้านม สิ่งแรกๆ ที่แพทย์จะดูในใบรายงานทางพยาธิวิทยาไม่ใช่แค่ขนาดก้อน แต่คือ "สถานะตัวรับฮอร์โมน" หรือที่เขียนว่า ER (Estrogen Receptor) และ PR (Progesterone Receptor) ค่าเหล่านี้เปรียบเสมือน "ลายพิมพ์นิ้วมือ" ของมะเร็งที่จะบอกหมอว่า เซลล์มะเร็งของคุณมีนิสัยอย่างไร ดุร้ายแค่ไหน และจะใช้อาวุธชนิดใดจัดการถึงจะอยู่หมัด
15 ก.พ. 2026


