ไม่มีญาติเป็นมะเร็งเต้านม = ไม่เสี่ยง จริงหรือ? (สรุปจากหมอโภคิน)
อัพเดทล่าสุด: 5 ก.พ. 2026
41 ผู้เข้าชม

โรคมะเร็งเต้านมเป็นฝันร้ายของผู้หญิงทั่วโลก และหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ "ถ้าบรรพบุรุษหรือญาติพี่น้องไม่มีใครเป็นมะเร็งเต้านมเลย เราก็ไม่มีความเสี่ยง" ความเชื่อนี้ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากละเลยการตรวจแมมโมแกรมหรือการคลำเต้านมด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและอันตรายอย่างยิ่ง
ความจริงที่น่าตกใจ: มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ "ไม่ได้" มาจากกรรมพันธุ์
จากการศึกษาวิจัยและสถิติทางการแพทย์พบว่า มะเร็งเต้านมที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Hereditary Breast Cancer) หรือการมียีนผิดปกติที่ส่งต่อจากพ่อหรือแม่ เช่น ยีน BRCA1 หรือ BRCA2 นั้น มีสัดส่วนเพียงประมาณ 5% - 10% ของผู้ป่วยทั้งหมดเท่านั้น
นั่นหมายความว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอีกกว่า 90% คือกลุ่มที่เรียกว่า "Sporadic Cancer" หรือมะเร็งที่เกิดขึ้นเองภายหลัง ซึ่งมักเกิดจากการสะสมของความผิดปกติในระดับเซลล์ตลอดช่วงชีวิต โดยที่ไม่ได้มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งมาก่อนเลย
ถ้าไม่ใช่กรรมพันธุ์ แล้วความเสี่ยงมาจากไหน?
เมื่อพันธุกรรมไม่ใช่สาเหตุหลัก คำถามคืออะไรที่ทำให้เราเสี่ยง? ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านมนั้นมีความหลากหลายและซับซ้อน (Multifactorial) โดยสามารถแบ่งออกเป็นปัจจัยหลักๆ ได้ดังนี้:
แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่ แต่การรู้ว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงทางพันธุกรรมก็ช่วยให้วางแผนป้องกันได้แม่นยำขึ้น โดยสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจยีน ได้แก่:
สรุปจากหมอโภคิน
"มะเร็งเต้านมไม่ได้เลือกปฏิบัติว่าคุณจะมีญาติเป็นโรคนี้หรือไม่" การไม่มีประวัติครอบครัวเป็นเพียงสัญญาณว่าคุณอาจไม่มีความเสี่ยง 'ระดับสูงพิเศษ' จากยีนเด่น แต่ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงของคุณเป็น 'ศูนย์'
หัวใจสำคัญของการรับมือกับมะเร็งเต้านมในปัจจุบันคือ "การตรวจพบให้ไว" ไม่ว่าคุณจะมีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่ หมอแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เริ่มเข้ารับการตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) เป็นประจำทุกปี เพราะในระยะเริ่มต้นที่ยังคลำไม่พบก้อน มะเร็งเต้านมสามารถรักษาให้หายขาดได้และมีทางเลือกในการผ่าตัดรักษาที่รักษาภาพลักษณ์และความมั่นใจได้มากกว่าครับ
ความจริงที่น่าตกใจ: มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ "ไม่ได้" มาจากกรรมพันธุ์
จากการศึกษาวิจัยและสถิติทางการแพทย์พบว่า มะเร็งเต้านมที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Hereditary Breast Cancer) หรือการมียีนผิดปกติที่ส่งต่อจากพ่อหรือแม่ เช่น ยีน BRCA1 หรือ BRCA2 นั้น มีสัดส่วนเพียงประมาณ 5% - 10% ของผู้ป่วยทั้งหมดเท่านั้น
นั่นหมายความว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอีกกว่า 90% คือกลุ่มที่เรียกว่า "Sporadic Cancer" หรือมะเร็งที่เกิดขึ้นเองภายหลัง ซึ่งมักเกิดจากการสะสมของความผิดปกติในระดับเซลล์ตลอดช่วงชีวิต โดยที่ไม่ได้มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งมาก่อนเลย
ถ้าไม่ใช่กรรมพันธุ์ แล้วความเสี่ยงมาจากไหน?
เมื่อพันธุกรรมไม่ใช่สาเหตุหลัก คำถามคืออะไรที่ทำให้เราเสี่ยง? ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านมนั้นมีความหลากหลายและซับซ้อน (Multifactorial) โดยสามารถแบ่งออกเป็นปัจจัยหลักๆ ได้ดังนี้:
- อายุที่เพิ่มขึ้น: ยิ่งอายุมากขึ้น เซลล์ในร่างกายยิ่งมีโอกาสกลายพันธุ์ได้สูงขึ้น
- ปัจจัยทางฮอร์โมน: การมีช่วงชีวิตที่สัมผัสกับฮอร์โมนเอสโตรเจนนานกว่าปกติ เช่น การเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี หรือเข้าสู่วัยทองหลังอายุ 55 ปี
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต:
- ความอ้วน: โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากไขมันเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน
- การดื่มแอลกอฮอล์: แม้เพียงปริมาณน้อยก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงได้
- การขาดการออกกำลังกาย: การใช้ชีวิตแบบเนื่อยนิ่งส่งผลเสียต่อสมดุลฮอร์โมน
- ประวัติสุขภาพส่วนตัว: เช่น เคยมีการตรวจชิ้นเนื้อแล้วพบเซลล์ผิดปกติประเภท Atypical Hyperplasia หรือมีเนื้อเยื่อเต้านมที่หนาแน่นมาก (Dense Breast)
- เมื่อไหร่ที่คุณควรสงสัยเรื่อง "กรรมพันธุ์"?
แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่ แต่การรู้ว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงทางพันธุกรรมก็ช่วยให้วางแผนป้องกันได้แม่นยำขึ้น โดยสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจยีน ได้แก่:
- มีญาติสายตรง (แม่ พี่สาว น้องสาว ลูกสาว) เป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปี
- มีญาติเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งต่อมลูกหมากในครอบครัวเดียวกัน
- มีผู้ชายในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
- คนในครอบครัวคนเดียวเป็นมะเร็งเต้านมทั้งสองข้าง
สรุปจากหมอโภคิน
"มะเร็งเต้านมไม่ได้เลือกปฏิบัติว่าคุณจะมีญาติเป็นโรคนี้หรือไม่" การไม่มีประวัติครอบครัวเป็นเพียงสัญญาณว่าคุณอาจไม่มีความเสี่ยง 'ระดับสูงพิเศษ' จากยีนเด่น แต่ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงของคุณเป็น 'ศูนย์'
หัวใจสำคัญของการรับมือกับมะเร็งเต้านมในปัจจุบันคือ "การตรวจพบให้ไว" ไม่ว่าคุณจะมีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่ หมอแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เริ่มเข้ารับการตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) เป็นประจำทุกปี เพราะในระยะเริ่มต้นที่ยังคลำไม่พบก้อน มะเร็งเต้านมสามารถรักษาให้หายขาดได้และมีทางเลือกในการผ่าตัดรักษาที่รักษาภาพลักษณ์และความมั่นใจได้มากกว่าครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ความกลัว "เจ็บ" เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนเลี่ยงตรวจแมมโมแกรม บทความนี้จะบอกความจริงและวิธีช่วยให้คุณตรวจสบายขึ้นครับ
9 เม.ย. 2026
การผ่าตัดมะเร็งเต้านมยุคใหม่ปลอดภัย เก็บเต้านมได้ รูปร่างยังสวย พร้อมเพิ่มโอกาสหายขาดหากตรวจพบเร็ว
29 ต.ค. 2025
BRCA1/2 คือยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม ตรวจได้จากเลือดหรือสารพันธุกรรม ช่วยประเมินความเสี่ยงและป้องกันโรคได้ตั้งแต่ต้น
4 พ.ย. 2025


