เจาะลึกผลเลือด CBC และ LFTs: ค่าตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรหมอมะเร็งได้บ้าง? โดยหมอโภคิน
อัพเดทล่าสุด: 15 ก.พ. 2026
49 ผู้เข้าชม

สรุปคำตอบสั้นๆ (TL;DR): CBC บอกความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (ซีดไหม, ติดเชื้อง่ายไหม, เลือดออกง่ายไหม) เพื่อดูความพร้อมก่อนรับยาหรือผ่าตัด ส่วน LFTs บอกการทำงานของตับ (ขับยาได้ไหม) และอาจช่วยเฝ้าระวังการกระจายของโรคไปที่ตับหรือกระดูกได้ครับ
[เว้นบรรทัด]
1. CBC (Complete Blood Count): ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
การตรวจนี้สำคัญมากในการประเมิน "ความฟิต" ของร่างกายก่อนเริ่มการรักษา โดยเฉพาะก่อนให้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) โดยหมอจะดู 3 ค่าหลักครับ:
เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cell / Hemoglobin):
บอกภาวะโลหิตจาง (Anemia) หากค่าต่ำเกินไป คนไข้จะเพลีย เหนื่อยง่าย และอาจทนต่อการรักษาไม่ไหว อาจต้องให้เลือดหรือยากระตุ้นเม็ดเลือดก่อน
เม็ดเลือดขาว (White Blood Cell):
เป็นทหารคุ้มกันร่างกาย หากค่าต่ำ (Neutropenia) แปลว่าภูมิต้านทานต่ำ เสี่ยงติดเชื้อรุนแรง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงสำคัญของยาเคมีบำบัด หมอต้องดูค่านี้เพื่อตัดสินใจว่า "ให้ยาเคมีบำบัดรอบนี้ได้ไหม" หรือต้องฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวก่อน,
เกล็ดเลือด (Platelet):
ช่วยในการแข็งตัวของเลือด หากค่าต่ำ (Thrombocytopenia) จะเสี่ยงเลือดออกง่าย หยุดยาก ซึ่งต้องระวังมากในคนไข้ที่ต้องผ่าตัด
2. LFTs (Liver Function Tests): ตรวจการทำงานของตับ
ตับคือโรงงานกำจัดของเสียและยาในร่างกาย การตรวจค่าตับบอกหมอได้ 2 เรื่องใหญ่ๆ ครับ:
ความสามารถในการรับยา: ยามะเร็งหลายชนิดถูกทำลายที่ตับ หากตับทำงานไม่ดี (ค่าเอนไซม์ AST, ALT สูง) หมออาจต้อง "ลดขนาดยา" หรือเปลี่ยนสูตรยาเพื่อความปลอดภัย
สัญญาณเตือนการกระจายของโรค: แม้จะไม่ใช่การตรวจมะเร็งโดยตรง แต่หากค่า Alkaline Phosphatase (ALP) สูงผิดปกติ อาจบ่งบอกว่ามีการอักเสบของตับ ท่อน้ำดีอุดตัน หรืออาจมีการกระจายของมะเร็งไปที่ "ตับ" หรือ "กระดูก" ได้ (ต้องตรวจเพิ่มเพื่อยืนยัน),,
ตารางเปรียบเทียบ: ผลเลือดบอกอะไร?
รายการตรวจ (Lab Test)
สิ่งที่หมอมองหา (Purpose)
สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
CBC (เม็ดเลือด)
ความพร้อมร่างกาย, ภาวะซีด, การติดเชื้อ
เม็ดเลือดขาวต่ำ (เสี่ยงติดเชื้อ), เกล็ดเลือดต่ำ (เลือดออกง่าย)
LFTs (ตับ)
ความสามารถในการขับยา, การกระจายของโรค
ตัวเหลือง ตาเหลือง, ค่าตับสูง (ตับอักเสบ/มะเร็งกระจาย)
Creatinine (ไต)
การทำงานของไต (ขับยา)
ไตวาย (ต้องปรับขนาดยาเคมีบำบัด)
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
ไม่ได้หามะเร็ง: ผลเลือด CBC/LFTs ทั่วไป ไม่สามารถ วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ (ต้องใช้ชิ้นเนื้อยืนยัน)
ความปลอดภัยต้องมาก่อน: หมอเจาะเลือดทุกครั้งก่อนให้คีโม เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายคุณรับยาไหวและปลอดภัย
เฝ้าระวัง: ในคนไข้มะเร็งระยะแพร่กระจาย การที่ค่าตับสูงขึ้นอาจเป็นสัญญาณว่าโรคกำเริบได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ถ้าผลเลือด CBC และ LFTs ปกติ แปลว่าไม่มีมะเร็งในร่างกายใช่ไหม? A: ไม่ใช่ครับ ในมะเร็งระยะเริ่มต้น หรือแม้แต่ระยะลุกลามบางราย ค่าเลือดเหล่านี้อาจปกติสมบูรณ์ได้ครับ การตรวจนี้เน้นดูความแข็งแรงของระบบร่างกายมากกว่าการหาตัวก้อนมะเร็งครับ
Q: ทำไมต้องเจาะเลือดก่อนให้คีโมทุกครั้ง เจาะห่างๆ ได้ไหม? A: จำเป็นต้องเจาะทุกครั้งครับ เพราะยาเคมีบำบัดมีผลกดไขกระดูก (ทำให้เม็ดเลือดต่ำ) หากเม็ดเลือดขาวยังไม่ฟื้นตัวแล้วให้ยาซ้ำเข้าไป อาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ,
Q: ค่า Alkaline Phosphatase สูง แปลว่ามะเร็งเข้ากระดูกหรือตับเสมอไปไหม? A: ไม่เสมอไปครับ ค่านี้สูงได้จากหลายสาเหตุ เช่น นิ่วในถุงน้ำดี กระดูกหักที่กำลังรักษา หรือแม้แต่ในเด็กที่กำลังโต หมอต้องดูควบคู่กับอาการอื่นๆ และผลสแกน (Bone scan/CT scan) ประกอบกันครับ
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)
[เว้นบรรทัด]
1. CBC (Complete Blood Count): ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
การตรวจนี้สำคัญมากในการประเมิน "ความฟิต" ของร่างกายก่อนเริ่มการรักษา โดยเฉพาะก่อนให้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) โดยหมอจะดู 3 ค่าหลักครับ:
เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cell / Hemoglobin):
บอกภาวะโลหิตจาง (Anemia) หากค่าต่ำเกินไป คนไข้จะเพลีย เหนื่อยง่าย และอาจทนต่อการรักษาไม่ไหว อาจต้องให้เลือดหรือยากระตุ้นเม็ดเลือดก่อน
เม็ดเลือดขาว (White Blood Cell):
เป็นทหารคุ้มกันร่างกาย หากค่าต่ำ (Neutropenia) แปลว่าภูมิต้านทานต่ำ เสี่ยงติดเชื้อรุนแรง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงสำคัญของยาเคมีบำบัด หมอต้องดูค่านี้เพื่อตัดสินใจว่า "ให้ยาเคมีบำบัดรอบนี้ได้ไหม" หรือต้องฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวก่อน,
เกล็ดเลือด (Platelet):
ช่วยในการแข็งตัวของเลือด หากค่าต่ำ (Thrombocytopenia) จะเสี่ยงเลือดออกง่าย หยุดยาก ซึ่งต้องระวังมากในคนไข้ที่ต้องผ่าตัด
2. LFTs (Liver Function Tests): ตรวจการทำงานของตับ
ตับคือโรงงานกำจัดของเสียและยาในร่างกาย การตรวจค่าตับบอกหมอได้ 2 เรื่องใหญ่ๆ ครับ:
ความสามารถในการรับยา: ยามะเร็งหลายชนิดถูกทำลายที่ตับ หากตับทำงานไม่ดี (ค่าเอนไซม์ AST, ALT สูง) หมออาจต้อง "ลดขนาดยา" หรือเปลี่ยนสูตรยาเพื่อความปลอดภัย
สัญญาณเตือนการกระจายของโรค: แม้จะไม่ใช่การตรวจมะเร็งโดยตรง แต่หากค่า Alkaline Phosphatase (ALP) สูงผิดปกติ อาจบ่งบอกว่ามีการอักเสบของตับ ท่อน้ำดีอุดตัน หรืออาจมีการกระจายของมะเร็งไปที่ "ตับ" หรือ "กระดูก" ได้ (ต้องตรวจเพิ่มเพื่อยืนยัน),,
ตารางเปรียบเทียบ: ผลเลือดบอกอะไร?
รายการตรวจ (Lab Test)
สิ่งที่หมอมองหา (Purpose)
สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
CBC (เม็ดเลือด)
ความพร้อมร่างกาย, ภาวะซีด, การติดเชื้อ
เม็ดเลือดขาวต่ำ (เสี่ยงติดเชื้อ), เกล็ดเลือดต่ำ (เลือดออกง่าย)
LFTs (ตับ)
ความสามารถในการขับยา, การกระจายของโรค
ตัวเหลือง ตาเหลือง, ค่าตับสูง (ตับอักเสบ/มะเร็งกระจาย)
Creatinine (ไต)
การทำงานของไต (ขับยา)
ไตวาย (ต้องปรับขนาดยาเคมีบำบัด)
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
ไม่ได้หามะเร็ง: ผลเลือด CBC/LFTs ทั่วไป ไม่สามารถ วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ (ต้องใช้ชิ้นเนื้อยืนยัน)
ความปลอดภัยต้องมาก่อน: หมอเจาะเลือดทุกครั้งก่อนให้คีโม เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายคุณรับยาไหวและปลอดภัย
เฝ้าระวัง: ในคนไข้มะเร็งระยะแพร่กระจาย การที่ค่าตับสูงขึ้นอาจเป็นสัญญาณว่าโรคกำเริบได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ถ้าผลเลือด CBC และ LFTs ปกติ แปลว่าไม่มีมะเร็งในร่างกายใช่ไหม? A: ไม่ใช่ครับ ในมะเร็งระยะเริ่มต้น หรือแม้แต่ระยะลุกลามบางราย ค่าเลือดเหล่านี้อาจปกติสมบูรณ์ได้ครับ การตรวจนี้เน้นดูความแข็งแรงของระบบร่างกายมากกว่าการหาตัวก้อนมะเร็งครับ
Q: ทำไมต้องเจาะเลือดก่อนให้คีโมทุกครั้ง เจาะห่างๆ ได้ไหม? A: จำเป็นต้องเจาะทุกครั้งครับ เพราะยาเคมีบำบัดมีผลกดไขกระดูก (ทำให้เม็ดเลือดต่ำ) หากเม็ดเลือดขาวยังไม่ฟื้นตัวแล้วให้ยาซ้ำเข้าไป อาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ,
Q: ค่า Alkaline Phosphatase สูง แปลว่ามะเร็งเข้ากระดูกหรือตับเสมอไปไหม? A: ไม่เสมอไปครับ ค่านี้สูงได้จากหลายสาเหตุ เช่น นิ่วในถุงน้ำดี กระดูกหักที่กำลังรักษา หรือแม้แต่ในเด็กที่กำลังโต หมอต้องดูควบคู่กับอาการอื่นๆ และผลสแกน (Bone scan/CT scan) ประกอบกันครับ
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)
บทความที่เกี่ยวข้อง
"ก้อนที่น้องคลำเจอ... อาจไม่ใช่เนื้อร้ายเสมอไปนะครับ หมอเข้าใจว่าความกังวลมักจะมาก่อนเสมอเมื่อเจอสิ่งผิดปกติที่หน้าอก แต่หมออยากให้เราตั้งสติแล้วเริ่มเดินตาม 'แผนที่การตรวจ' 3 ขั้นตอนที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล NCCN 2025 เพื่อความแม่นยำและสบายใจที่สุด มาดูกันครับว่าต้องทำอย่างไรบ้าง"
8 ม.ค. 2026
สรุปปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม พร้อมแนวทางตรวจคัดกรองที่ช่วยให้รักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
2 พ.ย. 2025
การตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเฝ้าระวังมะเร็งเต้านมที่ผู้หญิงทุกคนทำได้เองที่บ้านครับ
6 เม.ย. 2026


