มะเร็งเต้านมไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว: เจาะลึก 4 ชนิดย่อย (Subtypes) เพื่อการรักษาที่ตรงจุด

(TL;DR): มะเร็งเต้านมไม่ได้มีแบบเดียว แต่แบ่งได้หลายชนิดตามตำแหน่งที่เกิด (ท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม) และตามลักษณะทางชีวภาพ (Molecular Subtypes) เช่น กลุ่มที่ตอบสนองต่อฮอร์โมน (Luminal), กลุ่มที่มีตัวรับ HER2 และกลุ่ม Triple Negative ซึ่งชนิดของมะเร็งจะเป็นตัวกำหนดว่าต้องผ่าตัด ให้ยาเคมีบำบัด หรือใช้ยาต้านฮอร์โมนในการรักษา
มะเร็งเต้านมแบ่งตามระยะการลุกลาม
ก่อนจะไปดูชนิดย่อย เราต้องเข้าใจก่อนว่ามะเร็งเต้านมแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง:
1. มะเร็งเต้านมระยะไม่ลุกลาม (Carcinoma In Situ): เซลล์มะเร็งยังอยู่ภายในท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม ไม่ทะลุออกมาเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น DCIS (Ductal Carcinoma In Situ) ซึ่งถือเป็นระยะเริ่มแรกที่รักษาหายได้สูง,
2. มะเร็งเต้านมระยะลุกลาม (Invasive Carcinoma): เซลล์มะเร็งกระจายออกจากท่อน้ำนมเข้าสู่เนื้อเยื่อเต้านมปกติ และอาจแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่นได้,
ชนิดของมะเร็งเต้านมแบ่งตามลักษณะทางโมเลกุล (Molecular Subtypes)
ในปัจจุบัน แพทย์จะใช้ผลตรวจชิ้นเนื้อเพื่อดูตัวรับ 3 ชนิด ได้แก่ Estrogen Receptor (ER), Progesterone Receptor (PR) และ HER2 เพื่อแบ่งมะเร็งเต้านมออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ซึ่งมีความสำคัญมากต่อการเลือกยาที่ใช้รักษา,,
1. กลุ่ม Luminal A (กลุ่มตอบสนองต่อฮอร์โมน)
เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด เซลล์มะเร็งมีการเจริญเติบโตช้า มักพบในผู้สูงอายุ เซลล์มะเร็งชนิดนี้มีตัวรับฮอร์โมน (ER+, PR+) และไม่มีโปรตีน HER2 (HER2-) การพยากรณ์โรคดีที่สุดในทุกกลุ่ม การรักษาหลักคือการใช้ ยาต้านฮอร์โมน (Endocrine Therapy),
2. กลุ่ม Luminal B
คล้ายกับกลุ่ม A คือมีตัวรับฮอร์โมน แต่เซลล์มีการแบ่งตัวเร็วกว่า (Ki-67 สูง) หรืออาจมีโปรตีน HER2 ร่วมด้วย การพยากรณ์โรคจะแย่กว่ากลุ่ม A เล็กน้อย และอาจต้องใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับยาต้านฮอร์โมนในการรักษา,
3. กลุ่ม HER2-Enriched (กลุ่มที่มีโปรตีน HER2 เป็นตัวกระตุ้น)
เซลล์มะเร็งชนิดนี้มีการสร้างโปรตีนที่ชื่อว่า HER2 ออกมามากผิดปกติ ทำให้เซลล์แบ่งตัวเร็วและรุนแรง แต่โชคดีที่ปัจจุบันมี ยาต้าน HER2 (Targeted Therapy) เช่น Trastuzumab ที่ช่วยจัดการกับมะเร็งกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ,
4. กลุ่ม Triple Negative (มะเร็งเต้านมชนิด 3 ลบ)
เป็นกลุ่มที่ตรวจไม่พบตัวรับทั้ง 3 ชนิด (ER-, PR-, HER2-) มักพบในผู้หญิงอายุน้อย หรือผู้ที่มี ยีนกลายพันธุ์ BRCA1 มะเร็งชนิดนี้มีความดุร้าย แพร่กระจายไว และไม่ตอบสนองต่อยาต้านฮอร์โมนหรือยาต้าน HER2 การรักษาหลักจึงต้องพึ่งพา ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) เป็นหลัก,
ตารางเปรียบเทียบชนิดของมะเร็งเต้านมตามโมเลกุล
ชนิด (Subtype)
ลักษณะเด่น
ความรุนแรง
แนวทางการรักษาหลัก
Luminal A
มีตัวรับฮอร์โมน (ER/PR+), HER2-
ต่ำ (โตช้า)
ยาต้านฮอร์โมน
Luminal B
มีตัวรับฮอร์โมน, แบ่งตัวเร็ว หรือ HER2+
ปานกลาง-สูง
ยาต้านฮอร์โมน + เคมีบำบัด (+/- ยาต้าน HER2)
HER2-Enriched
มีโปรตีน HER2 สูง (HER2+)
สูง (โตเร็ว)
ยาต้าน HER2 + เคมีบำบัด
Triple Negative
ไม่มีตัวรับทั้ง 3 ชนิด
สูงมาก (ดุร้าย)
ยาเคมีบำบัด + ภูมิคุ้มกันบำบัด (ในบางราย)
อาการและวิธีสังเกต
แม้ว่ามะเร็งแต่ละชนิดจะมีลักษณะทางชีวภาพต่างกัน แต่อาการแสดงภายนอกมักคล้ายกัน ที่ต้องเฝ้าระวังคือ:
คลำพบก้อนที่เต้านมหรือรักแร้
หัวนมบุ๋ม หรือมีเลือด/น้ำไหลออกจากหัวนม
ผิวหนังเต้านมบุ๋ม ย่น หรือบวมแดงคล้ายผิวเปลือกส้ม (อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งชนิดอักเสบ หรือ Inflammatory Breast Cancer ซึ่งรุนแรงมาก)
ผื่นคันบริเวณหัวนมเรื้อรัง (อาจเป็น Paget’s Disease)
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
มะเร็งเต้านมไม่ใช่โรคเดียว แต่มีหลายชนิดย่อย ซึ่งการรักษาจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเซลล์มะเร็ง
Luminal A เป็นชนิดที่พบบ่อยและพยากรณ์โรคดีที่สุด รักษาด้วยยาต้านฮอร์โมนเป็นหลัก
Triple Negative เป็นชนิดที่ดุร้ายที่สุดและไม่มีตัวรับฮอร์โมน จำเป็นต้องใช้ยาเคมีบำบัดในการรักษา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ผู้ชายเป็นมะเร็งเต้านมได้หรือไม่? A: ได้ครับ แม้จะพบน้อย (ประมาณ 1% ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด) แต่ผู้ชายก็มีเนื้อเยื่อเต้านมและสามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้ โดยส่วนใหญ่มักเป็นชนิดที่มีตัวรับฮอร์โมน (ER+),
Q: ถ้าเป็นมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น จำเป็นต้องตัดเต้านมทิ้งไหม? A: ไม่จำเป็นเสมอไปครับ หากก้อนมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดเต้านม สามารถผ่าตัดแบบสงวนเต้านม (ตัดเฉพาะก้อนมะเร็ง) ร่วมกับการฉายแสงได้ ซึ่งให้ผลการรักษาเท่าเทียมกับการตัดเต้านมทั้งข้าง,
Q: รู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นมะเร็งชนิดไหน? A: ต้องอาศัยผลการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา (Pathology report) ซึ่งแพทย์จะนำชิ้นเนื้อไปย้อมสีพิเศษเพื่อหาตัวรับ ER, PR และ HER2 ครับ,
ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ได้ หากคลำพบก้อนหรือมีความผิดปกติที่เต้านม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียดครับ (บทความนี้เรียบเรียงโดย นพ. โภคิน เพ็ชร์หอม ศัลยแพทย์เต้านม - หมอโภโชว์เรื่องนม)


